Back

รอยสักกับการผสมผสานแฟชั่นและเทคโนโลยีไว้ด้วยกัน



คุณอยากที่จะทำให้รอยสักชั่วคราวของคุณนั้นทำอะไรได้มากกว่าแค่แสดงถึงแฟชั่นหรือเปล่า นักวิจัยได้สร้างอุปกรณ์ชนิดใหม่ที่สามารถรับรู้ถึงการสัมผัส เช่น การแตะหรือการลากนิ้วผ่าน จุดประสงค์ก็คือ มันจะทำให้คุณสามารถควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้โดยไม่ต้องมีสายไฟใดๆ

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับการสวมใส่นั้นไม่ใช่สิ่งใหม่ อุปกรณ์สำหรับสุขภาพที่ใช้ติดกับผิวสามารถติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ ระดับของน้ำตาลในเลือด และลักษณะอื่นๆ ของร่างกายได้ ตัวตรวจวัดเหล่านั้นมีความบางอย่างมาก อีกทั้งสามารถที่จะยืดได้ ซึ่งช่วยให้อุปกรณ์เหล่านั้นไม่หลุดร่วงออกมาเมื่อผิวหนังของเราเกิดการยืด แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ค่อยสวยงามและมีแนวโน้มว่าจะมีราคาแพงขึ้น

นักวิทยาศาสตร์ทางด้านคอมพิวเตอร์สามคนที่ Massachusetts Institute of Technology ในแคมบริดจ์ ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์เหล่านั้น หนึ่งในนั้นคือ Cindy Kao ซึ่งเธอเป็นศิลปิน การออกแบบรอยสักจึงไม่เพียงแค่มีฟังก์ชั่นการทำงาน แต่มันยังมีความล้ำสมัยและสามารถใช้งานได้ง่ายอีกด้วย

ในการสร้างสิ่งนี้ เธอและทีมวิจัยของเธอซึ่งประกอบไปด้วย Andres Calvo และ Chris Schmandt ได้ร่วมมือกับทีมวิจัยที่ Microsoft Research ที่ Redmond ก้าวแรกของพวกเขาคือทำการหาวัสดุที่ปลอดภัยต่อผิวและสามารถนำไฟฟ้าได้ ซึ่งนั่นก็คือแผ่นทองคำเปลว แผ่นโลหะนี้จริงๆ แล้วไม่ใช่ทองคำจริงๆ ส่วนประกอบหลักของพวกมันเป็นทองแดง ซึ่งสามารถนำกระแสไฟฟ้าได้เป็นอย่างดีและร้านที่เกี่ยวข้องกับงานศิลปะทั่วๆ ไปขายสิ่งนี้เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว

หลังจากนั้น นักวิจัยจาก MIT ทั้งสามได้ทำการพัฒนากระบวนการที่ใช้ในการสร้างรอยสัก พวกเขาตัดแบบจากแผ่นชีทบางๆ ที่ทำมาจากไวนิลกลายเป็นลายฉลุ หลังจากนั้นติดชั้นของแผ่นทองคำเปลวหลายๆ ชั้นบนกระดาษรอยสักโดยใช้ลายฉลุที่ทำขึ้นเป็นแนวทาง ขั้นตอนสุดท้ายคือการเพิ่มชั้นบนสุดของกระดาษรอยสักเข้าไป รอยสักนี้จะยึดติดกับผิวหนังได้โดยการใช้น้ำ ซึ่งคล้ายคลึงกับรอยสักชั่วคราว

สำหรับการเชื่อมต่อระหว่างรอยสักกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นั้น นักวิจัยได้เพื่มอุปกรณ์สำหรับการสื่อสารเข้าไป อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อด้วยบลูทูธใช้คลื่นวิทยุในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างสองอุปกรณ์ที่อยู่ห่างกันประมาณ 100 เมตร

อีกวิธีการหนึ่ง คือการติดแถบ NFC เข้าไป โดยแถบนี้สร้างคลื่นแม่เหล็กขนาดเล็กเพื่อใช้ในการแบ่งปันข้อมูลระหว่างอุปกรณ์สองเครื่อง แต่การแบ่งปันข้อมูลนั้นจะต้องข้ามผ่านระยะทางสั้นๆ เท่านั้น ซึ่งไม่ควรเกิน 4 เซนติเมตร

Kao ได้เพิ่มความสามารถในการสื่อสารเข้าไปในรอยสักโดยการตัดให้มีรูขนาดเล็กในกระดาษรอยสัก สำหรับรอยสักที่ใช้บลูทูธได้นั้น เธอได้สอดสองสายไฟขนาดเล็กเข้าไปภายใน ที่ปลายสุดของสายไฟเส้นหนึ่งจะสัมผัสกับแผ่นทองคำเปลว และอีกเส้นหนึ่งจะเชื่อมต่อกับอุปกรณ์บลูทูธที่ผู้ส่วมใส่สามารถซ่อนมันไว้ใต้เสื้อผ้าได้ สำหรับแถบ NFC จะถูกเพิ่มเข้าไปแบบเดียวกัน แต่แถบนี้จะเป็นแบบไร้สาย Kao ได้แทรกปลายของแถบทั้งสองทางไว้กับแผ่นทองคำเปลว ซึ่งทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าเกิดขึ้น

เทคโนโลยีนี้ทำงานได้อย่างไร

ทีมวิจัยของ MIT ได้ทำการเลือกคนที่จะมาทดลองรอยสักใหม่ชนิดนี้ ซึ่งพวกเขาเรียกมันว่า Duoskin ในการทดสอบความคงทน อาสาสมัคร 10 คน ทำการสวมใส่รอยสักนี้บนแขนของพวกเขาตลอด ชั่วโมงการทำงานหรือในโรงเรียน พวกเขายังต้องสวมแถบเทปทองแดงและชิ้นส่วนของด้ายที่นำไฟฟ้าอีกด้วย และเมื่อจบวันนั้น ด้ายและเทปมักจะร่วงหลุดออกจากอาสาสมัคร มีเพียงรอยสักเท่านั้นที่ยังคงอยู่บนแขนของอาสาสมัครทั้ง 10 คน

ทีมวิจัยทำการทดสอบเทคโนโลยีบลูทูธโดยให้ผู้สวมใส่ทำการควบคุมการเล่นเพลงโดยใช้รอยสัก รอยสักจะมีปุ่ม ตัวเลื่อน และแผ่นสัมผัสพร้อมมาให้อยู่แล้ว ผู้ใช้สามารถที่จะทำการเปลี่ยนเพลงหรือปรับเสียงด้วยการแตะหรือปาดนิ้ว นักวิจัยยังทดสอบความสามารถของรอยสักและสมาร์ทโฟนในการเชื่อมต่อด้วยระบบ NFC อีกด้วย มือถือที่อยู่ใกล้ในระดับ 1.4 เซนติเมตรกับรอยสักสามารถตรวจจับความถี่ของแถบ NFC ได้

ในวันหนึ่ง อุปกรณ์แฟชั่นที่สามารถทำการควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะถูกใช้อย่างแพร่หลายตั้งแต่ทางการแพทย์จนกระทั่งถึงทางการสื่อสารและการบันเทิง

ที่มา: Meeting: C.H.-L. Kao et al. DuoSkin: Rapidly prototyping on-skin user interfaces using skin-friendly materials. International Symposium on Wearable Computers 2016. September 12-16, 2016. Heidelberg, Germany. ACM, New York City. doi: 10.1145/2971763.2971777.

tags : ผิวหนัง Duoskin NFC บลูทูธ ไร้สาย อิเล็กทรอนิกส์ รอยสัก งานวิจัย

http://www.vcharkarn.com/vnews/category/12