Back

การจัดสมดุลสายการผลิตกรณีศึกษา สายการผลิตเครื่องปรับอากาศคอยล์เย็น (Indoor)

การจัดสมดุลสายการผลิตกรณีศึกษา สายการผลิตเครื่องปรับอากาศคอยล์เย็น (Indoor)

The balancing production line A case study of air conditioner cooling coil (Indoor)

าจารย์สิริรักษ์ ภู่ริยะพันธั

     อาจารย์ประจำวิชาภาคการจัดการอุตสาหกรรม

คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร

ร่วมกับ

อัมมาร์ค มานวงศ์  และอรุณวรรณ เลิศเวียง

           นักศึกษาหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต ภาควิชาการจัดการโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร

18 พฤศจิกายน 2559

บทคัดย่อ

         งานวิจัยฉบับนี้เป็นการศึกษาการจัดสมดุลสายการผลิต (Line Balancing) เครื่องปรับอากาศคอยล์เย็น (Indoor) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสายการผลิตและเป็นมาตรฐานของการทํางาน และสามารถรองรับอัตรากำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ซึ่งปัญหาจากสายการผลิตปัจจุบันที่เกิดขึ้น มาจากการขาดการจัดการระบบสายการผลิตแบบสมดุล โดยจะต้อง ทําการศึกษารูปแบบวิธีการทํางานที่เป็นมาตรฐาน เพื่อให้พนักงานสามารถปฏิบัติงานตามรูปแบบที่กําหนดไว้ และทําการศึกษาเวลาการทํางานเพื่อกําหนดเวลามาตรฐานของแต่ละจุดการทํางาน เพื่อให้ทราบขนาดของกําลังการผลิต สามารถวิเคราะห์ถึงปัญหาได้และทําการแก้ไขปรับปรุงสายการผลิตให้ดียิ่งขึ้นของปัญหาที่เกิดขึ้นจากวัตถุประสงค์ของการ วิจัยครั้งนี้ ตั้งเป้าหมายของอัตราการผลิตคือ 700 ชิ้นต่อวัน ด้วยวิธีกระบวนการปรับปรุงสายการผลิต โดยออกแบบการจัดสมดุลสายการผลิต จัดสถานีงานได้ 23 สถานีจากเดิม 20 สถานีรอบเวลาในการผลิตสูงสุดจากเดิม 44.78 วินาทีลดลงเหลือ 29.66 วินาทีโดยจํานวนพนักงานที่เหมาะสมกับสายการผลิตคือ 25 คน อัตราการผลิตเพิ่มขึ้นจากเดิม 329 ชิ้นต่อวันเป็น  721 ชิ้นต่อวัน ประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้นจากเดิม 59.87% เป็น 75.02% 

คำสำคัญ : การจัดสมดุลสายการผลิต สถานีงาน มาตรฐานของการทํางาน เวลามาตรฐาน


ABSTRACT

         This research is the balancing production line: A Case study of the air conditioner cooling coil (Indoor) in order to optimize the production line, which leads to the work standard and to support the production capacity, which is growing in double. The problem occurs from a lack of a good production line balancing management system. Therefore, the work process has to be studied to from a standard for employees to follow. Working time at each work station was studied and analyzed to find the solution to the problem. This thesis is to increase the member of cooling coil to 700 pieces per day by means of the balancing production line. That is to rearrange the 20 workstations to 23 workstations. Resulting in the decrease of the maximum production time from 44.78 seconds to 29.66 seconds and the appropriate number of employees is 25. The production rate increased from 329 pieces per day to 721 pieces per day. The production increased from 59.87% to 75.02%

Keywords : Line Balancing, Workstation, Standard work, Standard time


บทนํา

         ปี 2557 ที่ตลาดเครื่องปรับอากาศไทยมีการขยายตัวได้เพียงร้อยละ 4.3 อันเนื่องมาจากสภาวะเศรษฐกิจและการเมือง รวมถึงหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและคาดว่าในปี 2559 อุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศจะดีขึ้นกว่าปี2558 เนื่องจากผู้ผลิตในประเทศไทยได้รับอานิสงส์จากการส่งออกเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีปัจจัยหนุนจากการเปิดตลาดประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน (AEC) โดยไทยเป็นฐานการผลิตเครื่องปรับอากาศแหล่งใหญ่ที่สุดในอาเซียนมีกําลังการผลิตต่อปีราว 8-10 ล้านชุด มีตังแต่ขนาด 9 พัน – 6 หมื่นบีทียู โดยในช่วงเดือนมีนาคมถึงกลางพฤษภาคม ปี 2558 ประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงสุดถึง 40 องศาเซลเซียส ประกอบกบการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาด โดยผู้ประกอบการต่างพากันเปิดตัวเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่และแข่งขันทําการตลาดอย่างดุเดือด (สํานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ประมาณการโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย, 2558) จะทําให้ ผู้บริโภคบางส่วนที่มีเครื่องปรับอากาศใช้ในครัวเรือนอยู่แล้วมีแนวโน้มหันมาติดตั้งเครื่องปรับอากาศเพื่มขึ้นในหลายๆ พื้นที่ภายในบ้าน ขณะที่ผู้บริโภคที่ยังไม่มีเครื่องปรับอากาศใช้ในครัวเรือนและพอจะมีกําลังซื้อ อาจทําการตัดสินใจซื้อ เครื่องปรับอากาศเครื่องใหม่ได้ง่ายขึ้นจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศทําให้ผู้ประกอบการ ตระหนักถึงความต้องการ เครื่องปรับอากาศที่มีเพิ่มมากขึ้นทุกๆปี จึงจําเป็นต้องการปรับปรุงและพัฒนาสายการผลิตเครื่องปรับอากาศคอยล์เย็น (Indoor) โดยนํามาจัดสมดุลสายการผลิตใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสายการผลิตและเป็นมาตรฐานของการทํางาน และสามารถรองรับอัตราตรากำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ซึ่งปัญหาจากสายการผลิตปัจจุบันที่เกิดขึ้น มาจากการขาดการจัดการระบบสายการผลิตแบบสมดุล ทั้งนี้ต้องทําการศึกษารูปแบบวิธีการทํางานที่เป็นมาตรฐาน เพื่อให้พนักงานสามารถปฏิบัติงานตามรูปแบบที่กําหนดไว้และทําการศึกษาเวลาการทํางาน เพื่อกําหนด เวลามาตรฐานของแต่ละจุดการทํางาน เพื่อให้ทราบว่ามีกําลังการผลิตเท่าไหร่แล้วก็สามารถวิเคราะห์ได้ว่าจุดไหนเป็นคอขวด และทําการแก้ไขปรับปรุงสายการผลิต ให้ดียิ่งขึ้นจากปัญหาที่เกิดขึ้น


วัตถุประสงค์ของการศึกษา

1. เพื่อปรับปรุงขั้นตอนการผลิตตเครื่องปรับอากาศ

2. เพื่อศึกษาและวิเคราะห์เวลามาตรฐาน (Standard Time)

3. เพื่อจัดสรรขั้นตอนการทำงานของแต่ละสถานีอย่างสมดุล (Line Balance)


ขอบเขตการศึกษา

        การศึกษาครั้งนี้ทําการศึกษาที่โรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศ ในส่วนของสายการผลิตเครื่องปรับอากาศคอยล์เย็น (Indoor) รุ่น 12,000 BTU โดยมุ่งเน้นการศึกษาขั้นตอนกระบวนการผลิตและเวลาของกระบวนการต่างๆ จากนั้น นํามาจัดสมดุลสายการผลิต (Line Balance) เพื่เพิ่มประสิทธิภาพสายการผลิตและเป็นมาตรฐานของการทํางาน 


ประโยชน์ได้รับ

 1. สามารถปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาสายการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 2. ทําให้ทราบถึงเวลาการทำงานมาตรฐานของสายการผลิต

 3. ทําให้สามารถจัดรูปแบบขั้นตอนการทำงานแต่ละสถานีการผลิตได้อย่างสมดุลและเหมาะสม

 4. ทําให้สามารถจัดรูปแบบการใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและเหมาะสม

 5. สามารถใช้ในการวางแผนการทํางานให้กับหน่วยงานหรือพนักงาน


การทบทวนวรรณกรรม

กัมปนาท ศิริรัตน์ (2554) ได้ศึกษาเรื่องการเพิ่มผลผลิตโดยใช้หลักการการจัดสมดุลสายการผลิต: กรณีศึกษาสายการผลิตมอเตอร์งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาประสิทธิภาพในสายการผลิตในการจัดสายการผลิตและจัดอบรมให้พนักงานปฏิบัติตามขั้นตอนที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน จากนั้นทำการศึกษาเวลาการทํางานของพนักงานแล้วนําเวลาที่ได้ทําการศึกษาสมดุลสายการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทํางาน ผลจากการปรับปรุงกระบวนการผลิต โดยมีการออกแบบการจัดสมดุลสายการผลิตพบว่า จัดสถานีงานได้ทั้งหมด 7 สถานี รอบเวลาการผลิตสูงสุดจากเดิม 84.17 วินาทีลดลงเป็น 53.02 วินาทีโดยจํานวนพนักงานที่เหมาะสมกับสายการผลิต คือ 9 คน ประสิทธิภาพ การผลิตเพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 29.26  เป็น ร้อยละ 81.78

อาเฟนดี, อนุสรณ์ และศศิธร (2550) ได้ศึกษาเรื่องการประยุกต์การปรับสมดุลสายการผลิต: กรณีศึกษาสายการผลิตปั๊มคิทสําหรับคอมเพรสเซอร์รุ่นเล็ก(AZ)งานวิจยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทําการเพิ่มประสิทธิภาพของสายการผลิตโรงงานประกอบคอมเพรสเซอร์ด้วยการนําวิธีการศึกษาการทํางานและการจัดสมดุลสายการผลิตปั๊มคิทสําหรับมอเตอร์คอมเพรสเซอร์รุ่นเล็ก (AZ) โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาในขั้นตอนการผลิต เวลาที่ใช้ในการผลิต และปัญหาคอขวดของสายการผลิต ผลจากการปรับปรุงขั้นตอนการทำงาน ส่งผลให้ ระยะทางในการเคลื่อนที่ของชิ้นงานลดลงจาก 8.47 เมตรต่อรอบเหลือ 6.2 เมตรต่อรอบ ซึ่งลดลงร้อยละ 26.8และหลังการปรับปรุงสายการผลิต ส่งผลให้สถานีงานลดลงจาก 6 สถานีงานเหลือ 5 สถานีงาน ซึ่งลดลงร้อยละ 16.67 รอบในเวลาทําการผลิตลดลงจาก 25 วินาทีเหลือ 17.97 วินาที ซึ่งลดลงร้อยละ 28.17 วินาที ชิ้นงานที่สามารถผลิตได้เพิ่มขึ้นจาก 144 ชิ้นต่อชั่วโมง เพิ่มเป็น 200 ชิ้นต่อชั่วโมง ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 39.12 และประสิทธิภาพในการทํางานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 68.97 เป็นร้อยละ 85.31 เพิ่มขึ้นร้อยละ 23.75

จักรพันธ์, ธีรภัทร และนิสิวัฒน์ (2550) การประยุกต์การปรับสมดุลสายการผลิต: กรณีศึกษาสายการผลิตมอเตอร์คอมเพรสเซอร์รุ่นใหญ่ (AW) งานวิจัยนี้ได้ทําการวิเคราะห์ปัญหาและปรับปรุงสายการผลิตแผนก Pump Kit และแผนก Motor Compressor โดยในส่วนของแผนก Pump Kit ได้ทําการลดภาระงานแต่ละสถานีและลดจํานวนสถานีงานเพื่อเป็นการจัดสมดุลสายการผลิต และในส่วนของแผนก Motor Compressor ได้ทําการลดภาระการทํางานแต่ละสถานี และได้ย้าย Operation ที่ 10 และ 20 ไปต่อท้ายสายการผลิต Pump Kit เพื่อเป็นการลดขั้นตอนและลดภาระงานของแผนก Motor Compressor ซึ่งจะทำให้เวลาการผลิตของทั้งสองแผนกมี ความใกล้เคียงกันทำให้ทํางานได้อย่างต่อเนื่อง ผลจากการปรับปรุง Pump Kit ใช้จํานวนพนักงานจาก 16 คน เป็น 20 คน จํานวน O.P. ลดลงจาก 9 O.P. เหลือ 7 O.P. (โดยอีก 2 O.P. ย้ายมาจากห้อง Motor Compressor) และเปอร์เซ็นต์ Line Balancing เพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 2.85 ผลจากการปรับปรุง Motor Compressor ใช้จํานวนพนักงานจาก 19 คน เหลือ 16 คน จํานวน O.P. ลดลงจาก 12 O.P. เหลือ 10 O.P. (โดยอีก 2 O.P. ย้ายไปแผนกPump Kit) และเปอร์เซ็นต์ Line Balancing เพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 3.94


ตารางที่ 1 : ตารางทบทวนวรรณกรรม

ผู้วิจัย

ทฤษฎี / หลักการ

กัมปนาท  ศิริรัตน์ (2554)

- การเพิ่มผลผลิตโดยใช้หลักการการจัดสมดุล

  สายการผลิต

- การศึกษาเวลาการทำงาน

อาเฟนดี, อนุสรณ์ และศศิธร (2550)

- การประยุกต์ใช้หลํกการจํดสมดุลสายการผลิต

จกรพันธ์, ธีรภัทร และนิสิวัฒน์ (2550)

- การศึกษาวิธีการทํางาน

- การจัดสมดุลสายการผลิต


ระเบียบวิธีการวิจัย

งานวิจัยนี้เป็นการปรับปรุงสายการผลิตเครื่องปรับอากาศคอยล์เย็น โดยมีขั้นตอนการดำเนินงาน ดังต่อไปนี้

1. ศึกษารายละเอียดขั้นตอนการทำงานของสายการผลิตเครื่องปรับอากาศคอยล์เย็น

2. แบ่งขั้นตอนการทำงานของแต่ละสถานีออกเป็นงานย่อย

3. จัดทําเอกสารปฏิบัติงาน (Work Instruction: WI) และอบรมพนักงานในแต่ละสถานีเพื่อให้เกิดการทํางานที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน

4. สังเกตและบันทึกเวลาการทำงานของพนักงาน พร้อมทั้งทำการประเมินอัตราความเร็วในการทํางานของพนักงาน

5. คํานวณจํานวนครั้งของการจับเวลา ขึ้นกับค่าความคลาดเคลื่อนที่คํานวณ จากการเปรียบเทียบค่าระดับความเชื่อมั่นเท่ากับค่าความผิดพลาด โดยใช้ตาราง t ในการคํานวณ จะตั้งความคลาดเคลื่อนไว้ที่ ± 5 % โดยให้มีระดับความเชื่อมั่นไม่ต่ำกว่า 95 % นั้นคือ ข้อมูลทีโอกาสอย่างน้อย 95 ครั้งจาก 100 ครั้งที่ค่าเฉลี่ยของข้อมูลที่ได้มีความคลาดเคลื่อนไม่เกิน ± 5 % ความเป็นจริง

6. กําหนดค่าเผื่อต่างๆในการทำงาน

7. คํานวณเวลามาตรฐาน เพื่อหาเวลาโดยเฉลี่ยของการทํางานที่เหมาะสมซึ่งหาได้จากสูตร

เวลามาตรฐาน = เวลาปกติ + เวลาเผื่อรวม

เวลามาตรฐาน = เวลาปกติ + (เวลาปกติx (เปอร์เซ็นต์เวลาเผื่อ / 100))

โดยที่  เวลาปกติ   =   เวลาที่จับได้  X     อัตราความเร็ว

         มาตรฐานการประเมิน                       

8. การประเมินประสิทธิภาพการทํางานของกระบวนการ คิดการคํานวณของเวลาในการทํางาน 7 ชั่วโมง นาทีประสิทธิภาพของสายงานการผลิตคํานวณได้ดังนี้

ประสิทธิภาพ   =     ผลรวมของมาตรฐานแต่ละสถานี   x 100

       (รอบเวลาการผลิต)(จำนวนสถานี)


รายละเอียดของกระบวนการผลิต

การศึกษาเวลาเบื้องต้นของกระบวนการผลิตเครื่องปรับอากาศเดิมในเบื้องต้น จะทําการศึกษาเวลาเฉลี่ยของแต่ละสถานีงาน จากนั้นนำมาวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละขั้นตอนการทำางาน เพื่อนําเสนอวิธีการแก้ไขปัญหาของรูปแบบการทํางานของสายการผลิตให้มีความสมดุล


ตารางที่ 2 ตารางการศึกษาเวลาเบื้องต้นของสายการผลิตก่อนการปรับปรุง



แนวทางการจัดสมดุลสายการผลิต (Line Balancing)


รูปที่ 1  แนวทางการจัดสมดุลสายการผลิต


สถานีที่ 1 กระบวนการเตรียมโครงเครื่องปรับอากาศ จากสถานีงานนี้ใชเวลาในกระบวนการผลิตที่มากถึง 41.68 วินาทีเป็นกระบวนการแกะกล่องและนำตัวเครื่องปรับอากาศออกจากกล่อง จากนั้นจะทำการถอดโครงชั้นในของฝาหน้าเครื่องออกจากโครงเครื่องปรับอากาศแล้วทําการแยกชิ้นสวนภายในเครื่องออกได้แก่ โครงฝาหน้า สายท่อน้ำทิ้ง ฝาครอบมอเตอร์ สกรู น็อต และฐานยึดเครื่องปรับอากาศ สถานีนี้ไมเหมาะแก่การแบ่งงานย่อยออกเป็นอีกสถานีเนื่องจากการแยกโครงเครืองปรับอากาศยังไม่ครอบคลุมการทำงาน ที่ทําคนเดียวได้ทั้งหมด ยังมีขั้นตอนของการเปิดฝากล่องเครื่องปรับอากาศซึ่งอยู่การทํางานแรกๆของสถานีนี้ จึงทําการปรับปรุงโดยการเพิ่มพนักงานในสถานีนี้ พนักงานใหม่จะมีหน้าที่ปฏิบัติงาน คือ การเปิดกล่องเครื่องปรับอากาศ และแยกชิ้นสวนภายในเครื่องปรับอากาศออก คือ สายท่อน้ำทิ้ง ฝาครอบมอเตอร์ สกรู น็อต และฐานยึดเครื่องปรับอากาศ

สถานีที่ 15 กระบวนการใส่จอแสดงผล ใช้เวลาในกระบวนการผลิตที่มากถึง 33.83 วินาทีจึงทําการแบ่งงานย่อยของสถานีนี้ออกเป็น 2 สถานีงาน คือ 1. กระบวนการติดและขันสกรูยึดจอแสดงผล 2.กระบวนการต่อสายไฟและเก็บสายไฟ จอแสดงผล

สถานีที่ 16 กระบวนทดสอบเครืองปรับอากาศ ใช้เวลาในกระบวนการผลิตที่มากถึง 31.46 วินาทีจึงทำการลดขั้นตอนของกระบวนการนี้ออกไป โดยการนําขั้นตอนการติดเทปโครงฝาหน้าย้ายออกไปทําในสถานีงานที่ 18

สถานีที่ 17 กระบวนการติดสติกเกอร์ป้ายชื่อและโมเดล ใช้เวลาในกระบวนการผลิตที่มากถึง 42.54วินาที จึงทําการแบ่งงานย่อยของสถานีนี้ออกเป็น 2 สถานีงาน คือ

1. กระบวนการติดสติ๊กเกอร์ 2. กระบวนการติดป้ายชื่อ

สถานีงานนี้เปนสถานีงานทีใช้เวลาในการผลิตมากทีสุดเท่ากับ 42.54 วินาที ซึ่งถือเป็นจุดคอขวด (Bottleneck) จําเป็นทีต้องใช้พนักงานทีมีความชํานาญการในทักษะความแม่นยําของการติดสติกเกอร์ให้ตรงตําแหน่ง จึงทําให้เกิดการจัดทําเครืองมือกําหนดตําแหน่งการติดสติกเกอร์ป้ายชือของเครืองปรับอากาศขึ้น เพือเป็นจุดบอกตำแหน่งการติดสติกเกอร์ป้ายชือบนเครืองปรับอากาศ



รูปที่ 2 เครืองมือกําหนดตําแหน่งการติดสติกเกอร์ป้ายชื่อของเครืองปรับอากาศ


          สถานีที่ 18 กระบวนการแพ็คเครื่องปรับอากาศจากสถานีการทํางานนี้ใช้เวลาในกระบวนการผลิตที่มากถึง 38.86 วินาที จึงทําการแบ่งงานย่อยของสถานีนี้ออกเป็น 2 สถานีงาน คือ

1. กระบวนการใส่รีโมท คู่มือและติดเทปโครงฝาหน้า

2. กระบวนการนําถุงมาครอบและติดเทปถุงคลุมเครื่องปรับอากาศ


ผลการวิจัย

จากการศึกษาเวลาก่อนและหลังการสมดุลสายการผลิตเครื่องปรับอากาศ ส่งผลให้รอบเวลาการผลิตและเวลามาตรฐานในการทํางานของแต่ละสถานที่เปลี่ยนแปลงดังกราฟต่อไปนี้


รูปที่ 3 กราฟเปรียบเทียบเวลามาตรฐานของกระบวนการสายการผลิตเครืองปรับอากาศ


อภิปรายและสรุปผลการวิจัย

จากผลการดําเนินงานการจัดสมดุลสายการผลิตเครืองปรับอากาศและทดลองสายการผลิตเครืองปรับอากาศสามารถสรุปผลของการดําเนินการวิจัยได้เป็น ดังนี้

 

ตารางที่ 3 ตารางเปรียบเทียบก่อนและหลังการปรับปรุงสายการผลิตเครื่องปรับอากาศ

ลำดับที่

หัวข้อ

ระบบงานก่อนปรับปรุง

ระบบงานหลังปรับปรุง

1

ประสิทธิภาพสายการผลิต (%)

58.87%

75.02%

2

เปอร์เซ็นต์ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น (%)

-

15.15%

3

เป้าหมายการผลิต (ชิ้น)

700

700

4

รอบเวลาการผลิตที่ต้องการ (วินาที)

36.41

น้อยกว่า 36.41

5

รอบเวลาการผลิต (วินาที)

44.78

29.66

6

อัตราผลผลิตจริง (ชิ้น)

329

721

7

เปอร์เซ็นต์อัตราผลผลิตเพิ่มขึ้น (%)

-

219

8

จํานวนพนักงานที่เพิมขึ้นในสถานีงาน (คน)

-

4


สรุปผลการวิจัย

จากวัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้มีความต้องการผลิตเครืองปรับอากาศของ จํานวน 700 ชิ้นต่อวัน ที่รอบเวลาการผลิตน้อยกว่า 36.41 วินาที ซึงผู้วิจัยได้ใช้เครืองมือการจัดสมดุลสายการผลิต สามารถสรุปผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพการจัดสมดุลสายการผลิตเป็น ดังนี้

1. สายการผลิตเครืองปรับอากาศของบริษัทฯ มีประสิทธิภาพก่อนทําการปรับปรุงมีค่าเท่ากับ 59.87% และหลังทำการปรับปรุงมีค่าเท่ากับ 75.02% มีประสิทธิภาพเพิมขึ้น 15.15% โดยคํานวณจากประสิทธิภาพ = ( 511.68 /26.99*23) *100 = 75.02 %

2. สายการผลิตเครืองปรับอากาศของบริษัทฯ มีรอบเวลาการผลิตก่อนทําการปรับปรุงมีค่าเท่ากับ 44.78 วินาทีและหลังการปรับปรุงมีค่าเท่ากับ 29.66 วินาที โดยทําการเพิมจํานวนพนักงานในสถานีงานที่ ทําการแบ่งงานย่อยเพือทําลงในแต่ละสถานีย่อยที่เพิมขึ้นในสถานีงานที15 สถานีงานที 17 และ สถานีงานที่ 18 รวมทั้งทำการ Rearrange จัดลำดับขั้นตอนใหม่ในสถานีงานที16

3. สายการผลิตเครืองปรับอากาศหลังจากการจัดสมดุลสายการผลิต มีการเพิมพนักงานเข้ามาในสายการผลิตจำนวน 4 คน จากเดิมทีมีพนักงานอยู่ 21 คน รวมเป็น 25 คน และทําการแยกย่อยสถานีงานจากเดิมทีมีอยู่ 20 สถานีแยกย่อยออกเป็น 23 สถานี

4. การจัดสมดุลสายการผลิตเครืองปรับอากาศส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิมขึ้น 2,740 บาทต่อวัน ซึ่งอัตราการผลิตเดิมอยู่ที่ 329 ชิ้นต่อวัน เพิมขึ้นเป็น 721 ชิ้นต่อวัน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์อัตราผลผลิตเพิ่มขึ้น 219%

5. การจัดสมดุลสายการผลิตเครืองปรับอากาศ จากผลผลิตเดิมอยู่ที่ 329 ชิ้นต่อวัน เพิมขึ้นเป็น 721 ชิ้นต่อวัน ส่งผลให้เกิดกําไรการผลิตเป็นเปอร์เซ็นต์ทีเพิมขึ้นและเปอร์เซ็นต์ของอัตราผลผลิตทางด้านปัจจัยแรงงานเพิมขึ้น 52.94% โดยคํานวณจากการเปรียบเทียบอัตราผลผลิตทางด้านปัจจัยแรงงาน Productivity Process = OUTPUT / INPUT

ก่อนปรับปรุง Productivity Process = 329 /(310*21) = 0.051

หลงปรับปรุง Productivity Process = 721 / (310+60)*25 = 0.078

ดังนั้นเพิ่มขึ้น = ( (0.078 – 0.051 ) / 0.051) *100 = 52.94 %


ข้อเสนอแนะสำหรับการทำวิจัย

1. จากการศึกษาขั้นตอนการทำงานของกระบวนการผลิตเครืองปรับอากาศ ซึ่งจากการศึกษาในด้านเวลาทีใช้ในการทํางาน เพือให้ได้อัตราผลผลิตทีเพิมขึ้นเมื่อใช้เวลาการผลิตเท่าเดิม จากการทําการศึกษานี้ยังสามารถศึกษาเพิมเติมในเรืองของเสีย (Waste) ในส่วนของเสียทีเกิดจากการเคลือนไหวของการทํางานที่มากเกินไป (Motion Waste) กระบวนการนี้สามารถช่วยลดระยะเวลาในการทํางานทีลดลง

2. การติดตามผลการทํางาน ควรมีการบันทึกปัญหาทีเกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต สามารถนําปัญหามาปรับปรุงแก้ไขกระบวนการ เพือลดเวลาการสญเสียทีเกิดจากการผลิตเครื่องปรับอากาศทีเป็นของเสีย

3. พนักงานทุกคนในกระบวนการต้องให้ความร่วมมือ ปฏิบัติงานให้ได้มาตรฐานทีกําหนดอย่างเป็นระเบียบวินัยเพือรักษาระบบการจัดสมดุลสายการผลิตให้คงอยู่ได้อย่างสมบูรณ์

 

รายการอ้างอิง

กัมปนาท ศิริรัตน์. (2554). การเพิมผลผลิตโดยใช้หลักการการจัดสมดุลสายการผลิต: กรณีศึกษาบริษัท กุลธรอิ      

เล็กทริค จํากัด. (ปริญญาวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร).

คาดจํานวนขายขยายตัวได้เพียงร้อยละ 5.4 กระทบจากกําลังซื้อและภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว. (2557).

ค้นเมื่อ 29 มกราคม 2559, จากhttp://www.thunhoon.com /colum/21097/21097.html

จักรพันธั, ธีรภัทร และนิสิวัฒน์. (2550). การประยกตุ์การปรับสมดุลสายการผลิต: กรณีศึกษาสายการผลิต

        เตอร์คอมเพรสเซอร์รุ่นใหญ่ (AW). (ปริญญาวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร).

รัชต์วรรณ กาญจนปัญญาคม. (2550). การศึกษางานอุตสาหกรรม Industrial Work Study.กรุงเทพฯ: ท้อป.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย. (2558). ตลาดเครื่องปรบอากาศไทยเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว. ค้นเมื่อ 29 มกราคม 2559, จาก

https://www.kasikornresearch.com/th/k-econanalysis/pages/ViewSummary.aspx?docid=33882

อาเฟนดี, อนุสรณ์และศศิธร. (2550). การประยกตุ์การปรับสมดุลสายการผลิต: กรณีศึกษาสายการผลิตปั๊มคิท

         สําหรับคอมเพรสเซอร์รุ่นเล็ก (AZ). (ปริญญาวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร).