Back

มาเพิ่มมูลค่าให้กับแม่พิมพ์ยางกันเถอะ

อาจารย์คันธพจน์ ศรีสถิตย์  
อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล ​ 
หัวหน้ากลุ่มวิจัย C3ATIP ​ 
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร  

7 ธันวาคม 2557  

       ขออนุญาตเล่าเรื่องย้อนหลังไปราวๆ 8-9 ปีที่แล้ว สมัยนั้นเป็นยุคที่เฟื่องฟูมากสำหรับสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบ CD หรือ DVD และถ้าใครเป็นนักเบิร์นแผ่น DVD ผู้เขียนเชื่อเหลือเกินว่า ท่านจะต้องรู้จักเทคโนโลยีที่ชื่อ ไลท์สไครบ์ (Lightscribe) แน่นอน เทคโนโลยีนี้เป็นการเขียนภาพด้วยแสง ลงบนด้านหน้าของแผ่น DVD ซึ่งจะทำให้ DVD แผ่นนั้นมีความเป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใคร ตามภาพต้นฉบับที่ได้ออกแบบตกแต่งหรือเลือกสรรไว้ (ดังรูปที่ 1) ต่อมาเมื่อเทคโนโลยีการผลิตฮาร์ดดิสก์ และไดรฟ์เก็บเมมโมรีได้พัฒนาสูงขึ้นและมีราคาถูกลง เมื่อเปรียบเทียบกับขนาดของความจุ จึงทำให้ CD หรือ DVD ที่เคยนิยม กลับถูกลืมไปพร้อมๆ กับไลท์สไครบ์ด้วย เช่นเดียวกับในสมัยก่อนนิยมใช้คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ ต่อมาก็เปลี่ยนเป็นโน้ตบุ๊ก และก็กลายเป็นแท็บเล็ตในที่สุด แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน ไม่ว่ากระแสความนิยมจะเปลี่ยนไปเท่าใดก็ตาม มันจะยังคงมีอยู่เสมอ คือ “ความเป็นปัจเจก” หรือความเป็นแบบฉบับส่วนตัวที่ไม่เหมือนใคร ตัวอย่างง่ายๆ เช่น รูปที่เป็นส่วนตัวบน Cover ในหน้า Facebook Line หรือ Desktop รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด หรือเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ ก็ล้วนต้องการความไม่ซ้ำแบบใครแทบทั้งสิ้น



รูปที่ 1 เทคโนโลยีไลท์สไครบ์บนแผ่น DVD


       ผู้เขียนเกริ่นมาตั้งนาน อย่าได้แปลกใจว่ามันจะเกี่ยวข้องกันกับหัวเรื่องได้อย่างไร เพราะกำลังจะพูดถึงว่า ปัจจุบันมีผู้เข้าใจถึงระบบความคิดและพฤติกรรมของคน Generation X-Y-Z-C เกิดหัวใสคิดผลิตและออกแบบอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน อาคารสถานที่ เพื่อให้มีความเป็นปัจเจกตอบสนองความต้องการของมนุษย์ที่ไม่มีขีดจำกัดนั่นเอง ใครจะคิดว่าเทคโนโลยีเขียนภาพด้วยแสงที่เคยฮิตในสมัยก่อน ถูกนำกลับมาดัดแปลงให้เป็นการออกแบบผนังตกแต่งภายใน ภายนอกอาคาร หรืออาจจะเป็นแลนด์มาร์ค ป้ายจุดนัดพบ ฯลฯ (ดังรูปที่ 2) เทคโนโลยีนี้ชื่อว่า Photo Engraving ซึ่งหมายถึง เทคโนโลยีการนำภาพถ่ายมาแกะลวดลายบนแม่พิมพ์ ก่อนนำไปหล่อบนผนังคอนกรีตให้เกิดลวดลายตามภาพ ท่านเชื่อมั้ยว่า ผนังที่เห็นในรูปที่ 3 นี้เป็นผนังคอนกรีต ที่ขึ้นลวดลายด้วยการหล่อแม่พิมพ์ผลิตภัณฑ์ยาง สนนราคาตารางเมตรละ 15,000 บาท สำหรับวัสดุระดับกลาง ว่ากันว่าต่อหนึ่งเซ็ตจะใช้เวลาในการหล่อ 1 วันเลยทีเดียว หากเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ต้นทุนจะลดต่ำลงกว่าพื้นที่ขนาดเล็ก ปัจจุบันอาคารสมัยใหม่ เริ่มนิยมใช้เทคนิคนี้ในการตกแต่ง เนื่องจากตรงตามความต้องการอันเป็นปัจเจกของลูกค้า เป็นลวดลายที่เกิดจากจินตนาการของผู้ออกแบบ ที่สำคัญส่วนที่ฉาบหน้าเป็นผลิตภัณฑ์ยาง จึงมีสมบัติความเป็นฉนวนความร้อน สามารถดูดซับเสียงได้ดี คงทน ไม่แตกร้าว หรือหลุดล่อนง่าย สามารถเนรมิตเป็นสีเลียนแบบสีของจริงตามธรรมชาติจนแทบไม่รู้เลยว่าเป็นคอนกรีต หรือบางครั้งก็ใช้ลวดลายแทนสีสัน เน้น “สัจจะวัสดุเทียม” อย่าเพิ่งแปลกใจกับศัพท์คำนี้เลย เพราะผู้เขียนเพิ่งจะบัญญัติมันขึ้นมาเอง แต่เดิมในแวดวงของสถาปนิกจะมีคำว่า “สัจจะวัสดุ” ซึ่งหมายถึง การให้ผู้เพ่งพิจารณาวัสดุใดๆ ได้เสพสัมผัสหรือรู้สึกได้ถึงความเป็นธรรมชาติของสีสัน ลวดลาย ความมันวาว อ่อนนุ่ม แข็งแกร่ง รอยบาก รอยบิ่น หรือแตกหักของวัสดุนั้นๆ ดังนั้น “สัจจะวัสดุเทียม” จึงคล้ายกับข้างต้น เพียงแต่ไม่ใช่วัสดุแท้ หากแต่เป็นวัสดุเทียม ซึ่งให้อารมณ์เสพสัมผัสเลียนแบบวัสดุแท้นั่นเอง



รูปที่ 2 ผนังที่ผลิตจากเทคโนโลยี Photo Engraving



รูปที่ 3 ผนังคอนกรีตที่ขึ้นลวดลายเลียนแบบวัสดุธรรมชาติ


       ในปี 2558 ก็จะเข้าสู่ยุคของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (Asean Economics Community, AEC) กันแล้ว ผู้ประกอบการขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ จะต้องได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นด้านสินค้า บริการ แรงงาน หรือการลงทุน หากไม่มีการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง อาจจะทำให้ท่านเผชิญปัญหาที่หนักหน่วงชนิดที่ไม่อยากพบเจอในชีวิตนี้เลยก็เป็นได้ ดังนั้นท่านผู้ประกอบการจะต้องเริ่มมองหาตลาดใหม่ๆ ทางเลือกใหม่ๆ มุมมองใหม่ๆ ผลิตผลิตภัณฑ์แบบใหม่ๆ เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดที่นับวันจะมีความเสรีมากขึ้น นั่นเป็นที่มาของการเขียนบทความสำหรับคนชอบสาระในครั้งนี้ โดยได้นำเสนออีกหนึ่งมุมมองใหม่ๆ กับการปรับตัวของสินค้าให้ทันยุคทันสมัยและตอบสนองความต้องการของลูกค้า เมื่อท่านเห็นผลตอบแทนจากการปรับตัวเช่นนี้แล้ว ไยท่านไม่เริ่มคิดหากลวิธีการเพิ่มมูลค่าให้กับแม่พิมพ์ยางหรือผลิตภัณฑ์ยางของท่านบ้างล่ะ… จริงมั้ย ?