Back

รอยร้าวในผนัง...สัญญาณบอกเหตุ

อาจารย์ประกิต ชมชื่น  
อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา ​ 
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร  
1 กุมภาพันธ์ 2558  

       ผนังถือเป็นส่วนประกอบของอาคารที่ไม่ใช่โครงสร้าง (Nonstructural Member) ผนังก่ออิฐฉาบปูนเป็นผนังชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการก่อสร้างมาตั้งแต่อดีต เนื่องจากเป็นผนังที่ใช้แรงงานคนเริ่มก่อจากอิฐทีละก้อนและฉาบปิดผิวด้วยปูนทรายจึงแข็งแรงและไม่ต้องใช้เครื่องจักรในการก่อสร้าง แม้วิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีการก่อสร้างจะพัฒนาขึ้นและส่งผลให้มีการพัฒนาของวัสดุก่อที่มีเทคโนโลยีมากขึ้น แต่ผนังส่วนใหญ่ก็ยังถูกใช้เพียงเพื่อบดบังและแบ่งกั้นเท่านั้น แม้ปัจจุบันจะมีเทคนิคของการใช้ผนังเป็นส่วนประกอบของโครงสร้างแล้วแต่ก็ยังเป็นเพียงส่วนน้อยในระบบการก่อสร้างทั่วไปและไม่ใช่ผนังที่ก่ออิฐฉาบปูน ในบทความนี้จึงมุ่งชี้ให้ผู้อ่านได้สังเกตและเข้าใจสัญญาณที่ส่งออกมาจากรอยร้าวที่เกิดขึ้นในผนังก่ออิฐฉาบปูนทั่วไป และไม่ได้รวมถึงรอยร้าวระหว่างผนังกับโครงสร้าง
       รอยร้าวในผนังก่ออิฐฉาบปูนอาจสามารถจำแนกได้ตามขนาดความกว้างของรอยร้าว โดยทั่วไปรอยร้าวที่มีความกว้างน้อย (ต่ำกว่า 0.3 มิลลิเมตร) และลึกไม่เกินความหนาของปูนฉาบจะถือเป็นรอยร้าวที่ไม่อันตราย รอยร้าวชนิดนี้อาจเกิดกระจายทั่วแผ่นผนังก็จะส่งผลเพียงต่อความสวยงาม เรียกอีกอย่างว่า “แตกลายงา” การร้าวแบบนี้จะไม่มีรูปแบบที่ชัดเจน จะกระจายได้ทั่วผนัง เกิดจากคุณภาพการฉาบปูน อาจเกิดจากผสมปูนไม่ได้สัดส่วนที่ดีพอหรือไม่ได้เตรียมพื้นผิวผนังก่อที่ดีพอ การแก้ไขสำหรับรอยร้าวชนิดนี้ทำได้โดยการสังเกตว่ารอยร้าวหยุดเกิดแล้วหรือไม่ หากไม่มีรอยร้าวเกิดขึ้นเพิ่มแล้วและรอยร้าวเล็กก็สามารถใช้สีที่มีคุณสมบัติปิดรอยร้าวทาทับได้เลย แต่หากรอยร้าวมีขนาดใหญ่หรือต้องการปิดทับด้วยเพียงสีธรรมดาก็ต้องซ่อมรอยร้าวก่อน การซ่อมทำได้หลายวิธีเนื่องจากไม่มีการร้าวเพิ่มแล้ว แต่วิธีที่สะดวกในปัจจุบันคือใช้อะครีลิกซ่อมรอยร้าวที่เรียกว่า “wall putty” ฉาบปิดรอยร้าวแล้วทาสีทับได้เลย



รูปที่ 1 ตัวอย่างรอยร้าวในปูนฉาบที่ไม่อันตราย


       รอยร้าวแนวทแยงจากมุมขอบประตู หน้าต่าง หรือช่องเปิดในผนัง อาจมีขนาดที่ใหญ่กว่าการร้าวแบบแตกลายงา แต่จะมีรูปแบบที่แน่นอนคือแนวร้าวเอียงออกจากมุมดังกล่าว เบื้องต้นสาเหตุของการร้าวจะสันนิษฐานว่ามาจากการทำช่องเปิดทีไม่มีการเททับหลัง ส่งผลให้หน่วยแรงเฉือนที่กระจุกตัวบริเวณมุมขอบช่องเปิดทำให้เกิดแรงดึงในเนื้อวัสดุที่เกินกว่าความสามารถของวัสดุเองจะรับได้ ซึ่งปกติวัสดุก่อและฉาบจะรับแรงดึงได้ต่ำมาก การแก้ไขสามารถทำได้ด้วยหลักการเดียวกับรอบร้าวแบบแรก



รูปที่ 2 รอยร้าวมุมช่องเปิด
ที่มา: ยอดเยี่ยม เทพทรานนท์


       รอยร้าวแนวเฉียงในแผ่นผนัง รอยร้าวจะมีขนาดใหญ่และมีรูปแบบทแยงในแผ่นผนัง รอยร้าวแบบนี้จะเกิดจากการเสียรูปของระบบโครงสร้างที่โอบรัดแผ่นผนังนั้น รอยร้าวแบบนี้แสดงออกถึงความผิดปกติของระบบโครงสร้าง ควรเฝ้าสังเกตการขยายตัวของรอยร้าวและรีบปรึกษาวิศวกรโยธาเพื่อหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมต่อไป



รูปที่ 3 รอยร้าวที่อันตราย
ที่มา: ยอดเยี่ยม เทพทรานนท์


       จากรายละเอียดดังกล่าวข้างต้นพบว่ารอยร้าวในผนังสามารถบอกคุณภาพของระบบโครงสร้างและการก่อสร้างได้ และยังแสดงให้ทราบว่ารอยร้าวแบบใดที่อันตรายควรระวังและเฝ้าสังเกตอย่างใกล้ชิด และรอยร้าวแบบใดที่ไม่ควรกังวลใจมากเกินความอันตราย