Back

ครูพันธุ์ใหม่ (อาจารย์เป้)

  • แนะนำตัวสั้นๆ เพื่อให้ได้รู้จักกันมากขึ้น

อาจารย์ภิญญดา เกษตรภิบาล ค่ะ หรืออาจารย์เป้ เป็นอาจารย์มา 4 ปีแล้วค่ะ ตอนแรกอยู่คณะบริหารธุรกิจ ส่วนตอนนี้ก็ย้ายมาอยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ค่ะ


  • ฉายาที่นักศึกษาเรียก

ตอนมาเป็นอาจารย์นี่ไม่ค่อยมีฉายาแล้วนะ จะมีก็ที่นักศึกษาเรียกว่า ครูพี่เป้ คุณครูพี่เป้


  • ฉายาที่อาจารย์เรียก

อาจารย์ด้วยกันจะเรียกว่า อะดิ (ขำ555) คือมาจากชื่อที่ใช้ในไลน์ในเฟซบุค หรือใช้เป็นเหมือนนามปากกาไรงี้ว่า เป้อะดิ แต่เค้าเรียกกันสั้นๆ อะดิๆ ประมาณนี้ค่ะ

 

  • เวลาว่าง / งานอดิเรก อาจารย์ชอบทำอะไรบ้าง

โห เยอะมากนะ (ขำ555) ถ้าว่างน้อยๆ แบบมีเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมง เช่น กลับจากทำงาน ช่วงว่างก่อนนอน ก็จะดูซีรีย์หรือละครย้อนหลังทาง Line TV กับ Youtube แต่ถ้ามีเวลาแบบครึ่งวัน ทั้งวัน ก็จะออกกำลังกาย เข้าฟิตเนส โยคะฟลาย พิลาทิส ซ้อมเทควันโด ล่าสุดก็มีเพิ่มมาอีกอย่างนึงคือ ยิงธนูค่ะ


 


 


  • อาจารย์มีของสะสมมั้ย / คืออะไร

สะสมแก้วค่ะ เป็นพวกแก้วลายสวยๆ แก้วคอเลคชั่นตามเทศกาล หรือแก้วคิตตี้ อะไรก็ได้ที่เป็นคิตตี้เลย เพราะอาจารย์ชอบคิดตี้

 

  • อาจารย์ทำยังไงกับเด็กมาสาย

ก็ ไม่ทำไงนะ อาจารย์คิดว่า เด็กมหาลัยแล้ว โตแล้ว ต้องรับผิดชอบตัวเองด้วยส่วนหนึ่งแล้วเค้าน่าจะต้องรู้หน้าที่ของตัวเอง การที่มาสายอาจารย์จะเข้าใจว่าเค้ามีธุระ มีความจำเป็น หรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งจะเป็นการตัดสินใจของตัวเค้าเองที่จะเข้าเรียน อาจารย์จะไม่บอกว่าคนมาสายคือคนผิดหรือไม่ดี เพราะเหตุผลและความจำเป็นของคนเราต่างกัน แล้วอาจารย์ต้องกลับมามองตัวเอง แล้วหาวิธีทำให้นักศึกษามาตรงเวลามากกว่า อย่างเช่นแจกคะแนนคนมาเร็ว เล่นเกมส์ แล้วก็จะบอกเด็กอยู่เสมอว่า อาจารย์สอนตามเนื้อหาที่วางแผนไว้ ถ้าเริ่มสอนเร็วสอนจบเร็วอาจารย์ก็ปล่อยเร็วนะ แต่ถ้ามากันสายสอนจบช้าก็เลิกช้าออาจารย์อยู่ได้ถึง 3 ทุ่มนะ (ขู่ไปไรงี้) ซึ่งเด็กอยากเลิกเรียนเร็วก็จะมาเร็ว (แต่จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้เร็วอยู่ดีเพราะส่วนใหญ่สอนแบบ Tutorial ที่จะให้ทดลองทำไปบรรยายไป มันก็จะใช้เวลาเยอะอยู่แล้ว)

แต่ก็จะมีบางครั้งที่เราต้องเข้มงวดเรื่องการมาสายคือ คาบที่มีทำทดสอบย่อย อันนั้นจะกำหนดเวลาเข้าห้องเลย ถ้ามาสายเกินครึ่งชั่วโมงก็ล็อคห้องเลย คะแนนก็หายไปในส่วนนี้ แต่ก็จะแจ้งไว้ก่อนนะคะ ในประมวลการสอนที่แจกไปก็จะมีบอกว่าครั้งไหนจะเป็นการทดสอบ แล้วก็จะย้ำเรื่องเวลากับข้อตกลงกับเด็กก่อนถึงคาบนั้นด้วยค่ะ

 

  • แล้วอาจารย์เคยมาสายมั้ย

ถามว่าเคยมาสายมั้ย คือมาสอนสาย ถ้าเรียกว่าสายเลยจริง ๆ เนี่ย มีอยู่ครั้งนึงค่ะ เนื่องจากแฟลชไดฟ์ที่จะต้องเอา powerpoint มาสอนมันติดไวรัส แล้วพอเข้าไปเปิดในห้องเรียนปรากฏว่า เปิดไม่ได้จ้า ก็เลยรบกวนให้อาจารย์ธุรการเข้าไปอยู่นักศึกษาให้รอในห้องแปปนึง ให้รอก่อน อาจารย์กลับบ้านไปเอาไฟล์ 10 นาที (บ้านใกล้ไง) แล้วก็กลับมาสอนตามปกติไปค่ะ

อีกครั้งนึงก็ไม่ได้ว่าสายนะ แต่อาจจะเข้าข่ายรึเปล่าไม่รู้ คือพาเด็กไปดูงานตอนเช้า แล้วต้องกลับมาสอนตอนเที่ยงครึ่ง แต่ว่าก่อนไปก็แจ้งอาจารย์อีกท่านที่สอนด้วยกันไว้แล้วแหละ ว่าถ้าไม่ทันจะรบกวนอาจารย์ท่านนั้นสอนให้หน่อย แต่ถ้าทันจะสอนเอง พอดีวิชานี้คือสอนกัน 2 คนอยู่แล้วแบบสลับกันค่ะ ก็ส่งข้อมูลให้เค้าไว้ แล้วพอถึงวันจริงก็ดูงานเลิกเลท ก็โทรบอกอาจารย์ท่านนั้นเลยว่า ไม่ทันนะคะ รบกวนอาจารย์เข้าสอนแทน คาบนั้นก็ผ่านไปด้วยดี

 

  • สมัยเรียนอาจารย์เป็นเด็กนักเรียนแบบไหน

สมัยเด็ก ๆ เชื่อมั้ย อาจารย์บอกกับตัวเองเลยว่า โตขึ้นจะไม่เป็นครูเด็ดขาด เพราะว่ากลัวกรรมตามสนอง เพราะว่าเป็นเด็กที่แสบมาก ถ้าตอนเด็ก ๆ หน่อยก็ช่วงมัธยมต้น โดดเรียนเป็นว่าเล่นเลย ด้วยความที่เราเป็นนักกิจกรรมอยู่แล้ว เวลาโดดครูก็จะคิดว่าเราไปทำกิจกรรม ไปซ้อมรำซ้อมอะไร แต่จริง ๆ คือไม่ ไปนอนอยู่ห้องพยาบาลบ้าง ไปเดินเล่นอยู่ในสวนในโรงเรียนบ้าง คือโรงเรียนจะมี “ป่าเล็กในโรงเรียนใหญ่” บรรยากาศดี มีศาลาไม้ท่ามกลางสวนเขียว ๆ ก็ไปนั่งเล่นนอนเล่นอยู่ในนั้นแหละ ก็จะมีชื่อขึ้นกระดานเกือบทุกวันว่าไม่ได้เข้าเรียน พอโตมาหน่อยก็มีพาเพื่อนแกล้งครู พากันปิดไฟ ล็อคห้อง แล้วก็มุดใต้โต๊ะเรียน แอบครู ถ่วงเวลาเรียน เข้ามหาลัยก็ยังไม่วายโดดเรียน แต่ตอนนั้นจะเป็นโดดไปทำกิจกรรมจริง ๆ หรือไม่ก็ไปทำงานซะมากกว่า เข้าเรียนบ้างไม่เข้าบ้าง เวลาเข้าก็จะกินขนมไปเรียนไป บางทีก็หลับ แต่ยังมีความดีอยู่บ้างนะ คืออ.จะไม่เสียงดังหรือทำอะไรที่รบกวนการเรียนของเพื่อน (ขำ555)

สิ่งที่ภูมิใจสมัยเรียนก็เยอะเลยอ่ะ เอาแบบคร่าว ๆ ก็ตอนมัธยมต้นได้เป็นตัวแทนของโรงเรียนทำภาษาสัญจร ไปสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กนักเรียนในชุมชน เป็นรุ่นบุกเบิกเลย ตอนเรียนมหาลัยก็ได้ทุนนักกีฬาเรียนฟรี ได้เป็นตัวแทนมหาลัยในไทยไปศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนที่ประเทศอินโดนีเซีย ประมาณนี้ค่ะ

 

  • ถ้าตอนนี้ยังเป็นเด็กอยู่ อาจารย์คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไร

ถ้าเป็นเด็กคือช่วงไหน ช่วงเป็นนักศึกษามหาลัยใช่มั้ยคะ ตอนนี้ก็คงจะอยู่มหาลัยนี่แหละ แต่คงไม่ได้อยู่ในห้องเรียน น่าจะอยู่ในห้องสโมสรนักศึกษาเตรียมตัวทำกิจกรรม หรือรอซ้อมเทควันโดตอนเย็นอ่ะแหละ

 

  • ถ้าไม่ได้มาเป็นอาจารย์ อยากเป็นอะไร

ถ้าตอบว่าอยากเป็นครูได้มั้ย (ขำ555) ตอนแรกเคยตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่เป็นครูหรืออาจารย์ แต่มันมีจุดเปลี่ยนตอนไปสอนพิเศษเด็กที่โรงเรียนแถว ๆ บางวัว คือตอนนั้นทำงานบริษัทด้วย แล้วก็ไปเป็นครูสอนเทควันโดกับผู้ช่วยสอนมวยไทยด้วย แล้วเรารู้สึกถึงความแตกต่างของการทำงาน รู้สึกว่าการอยู่กับเด็กมันสบายใจกว่ามาก ๆ แล้วก็รู้สึกว่าเด็กจริง ๆ แล้วการอยู่ที่โรงเรียนใช้เวลามากกว่าอยู่บ้าน เค้าต้องการเรียนรู้จากคนเป็นครูในทุก ๆ เรื่อง ไม่ใช่แค่เรื่องวิชาการ เลยคิดตั้งแต่ตอนนั้นว่า การเป็นครูคือการอยู่แบบธรรมดา ธรรมชาติ แล้วมีโอกาสได้สร้างคน พอมีโอกาสได้เป็นอาจารย์ก็เลยเป็นเลย งั้นถ้าไม่ได้เป็นอาจารย์ก็ยังอยากเป็นครู เพราะชอบสอนด้วย ครูอะไรก็ได้ค่ะ ไม่ต้องเป็นครูในโรงเรียนก็ได้ เป็นครูสอนพิเศษสอนอะไรได้หมดเลย

 

  • แนวการแต่งตัวของอาจารย์ถ้าไม่ได้มาสอน

ถ้าไม่ได้มาสอนก็แล้วแต่นะคะ แบบถ้าไปออกกำลังกาย ก็ใส่ชุดออกกำลังกายเลย หรือถ้าไปเที่ยวเดินห้างฯ ก็ส่วนใหญ่เป็นเสื้อยืด กางเกงยีนส์ หรือตอนนี้กำลังฮิตก้อพวกเสื้อแขนยาวคอเต่ากับกางเกงขา 5 ส่วนค่ะ

 

  • ถ้ามหาลัยให้แต่งตัวอะไรก็ได้มาสอน

ถ้ามหาลัยให้แต่งตัวอะไรก็ได้มาสอน อาจารย์ก็แต่งแบบที่แต่งทุกวันนี้แหละค่ะ เพราะทุกวันนี้ก็ไม่ได้รู้สึกว่าการแต่งกายที่มหาลัยกำหนดจะมีตรงไหนที่เราไม่พอใจหรือไม่อยากทำค่ะ

 

  • มีไอเท็มอะไรที่ขาดไม่ได้เลย ขาดแล้วรู้สึกไม่มั่นใจ

โทรศัพท์มือถือ แน่นอนค่ะ  อาจารย์เป็นคนชอบไปไหนมาไหนคนเดียว ละบางทีเวลาเราไปคนเดียว นั่งกินข้าวคนเดียวมันเบื่อ ๆ ก็มีมือถือไว้เล่นเพลิน ๆ หรือจะดูทาง หาที่กินข้าว หาข้อมูลอะไรก็ในมือถือเลย ถ่ายรูปเก็บไว้ ถ่ายรูปอัพเฟสบุ๊ค ทั้งหลายก็นี่แหละ มีโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวพอค่ะ (ขำ555)

 

  • แนะนำร้านอาหารที่ชอบไปกิน แถวๆนี้หน่อย

แนะนำร้านคอลิดละกันค่ะ อยู่ทางที่จะไปบิ๊กซีหนองจอกแล้วเลยไป ตรงไปเรื่อย ๆ น่าจะแถว ๆ ซอย 32 มั้ง เป็นร้านอาหารอิสลาม น่าจะเปิดเย็น ๆ หน่อย เปิดถึงดึกเลยค่ะ อาหารรสชาติอร่อย ราคาไม่แพง เมนูแนะนำจริง ๆ ก็อร่อยหลายอย่างเลยนะคะ ที่ชอบหรือกินบ่อย แนะนำข้าวปลาทอดลุยสวนละกันค่ะ ไม่แนใจใช่ชื่อนี้มั้ยนะ แต่คือจะเป็นปลาทอดแล้วราดเหมือนน้ำจิ้มซีฟู้ด เผ็ด ๆ หน่อย (พูดแล้วก็หิวค่ะ ขำ 555)

 

  • ถ้าอาจารย์ให้ทุนอะไรก็ได้ในโลกนี้กับเด็ก 1 ทุน จะให้ทุนอะไร

ทุนเด็กดีค่ะ แบบเป็นนักเรียนที่มีคุณธรรมจริยธรรม มีจิตใจดี แต่จะวัดยังไงคงต้องมานั่งคิดกันอีกที แต่อาจารย์เชื่อว่าถ้าเราสอนคนดีให้เก่งได้ เค้าจะทำเรื่องที่ดีและมีประโยชน์กับส่วนรวมได้อีกเยอะ แล้วยิ่งถ้าเด็กดีที่ไม่ได้มีโอกาสเรียนสูง ๆ เราทำให้เค้าได้มีโอกาส เค้าจะเห็นคุณค่าของโอกาสนั้นแล้วอาจจะอยากส่งต่อ หรือมอบโอกาสดี ๆ เหมือนที่เค้าเคยได้รับให้กับคนอื่นด้วยความเข้าใจและจริงใจ มันดูเป็นพลังบวกที่จะไม่สิ้นสุดนะ

 

  • อาจารย์ช่วยรีวิวสิ่งที่นี้หน่อย ( เป็นภาพ คน หรือ สิ่งของ )

คือตอนนี้พ่ออาจารย์มีสวนสัปปะรดอยู่ อาจารย์อยากจะเปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ อยากให้พ่อทดลองปลูกสัปปะรดหลายๆ สายพันธุ์ ใช้วิธีปลูกหลายๆ แบบแล้วเราก็พาคนไปดู หรือนักศึกษาของเราเอง จากโรงเรียนต่างๆ มีวิชาที่ให้เด็กไปเรียนรู้ ให้ความรู้ประมาณว่าสัปปะรดบ้านเรามีกี่พันธุ์ เขาปลูกกันยังไง ใช้ระยะเวลาการปลูกแต่ละสายพันธุ์นานเท่าไหร่

คือ สวนสัปปะรดนี้เกษตรกรมีความเชี่ยวชาญนานมากกว่า 25 ปี ปลูกสัปปะรดได้หลากหลายสายพันธุ์ มีคุณภาพและมีความสม่ำเสมอในการผลิต ในปัจจุบันจะมีโรงงานมารับซื้อจากสวนเลย สัปปะรดใช้เวลาในการปลูกค่อนข้างนาน และเลือกการปลูกจากจุกหรือจากหน่อได้ แต่ละสายพันธุ์ก็จะมีรสชาติและลักษณะเฉพาะต่างกัน บางพันธุ์เหมาะแก่การทำผลไม้กระป๋อง แต่ไม่เหมาะกับการอบแห้ง บางพันธุ์หวานกว่า แต่บางพันธุ์ที่ไม่หวานน้ำก็อาจจะเยอะกว่า ดังนั้น ผู้ที่เข้ามาชมศูนย์การเรียนรู้นี้จะได้เรียนรู้ทั้งเรื่องของสายพันธุ์ รูปร่างและลักษณะเฉพาะของแต่ละพันธุ์ รูปแบบและวิธีการปลูก ระยะเวลาในการปลูก รวมถึงการนำไปแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าหรือทำการค้าอีกด้วยค่ะ

 

  • คิดว่ายังไง ถ้าต่อไปมีหุ่นยน์อาจารย์มาสอนแทนได้

ถ้าเป็นหุ่นยนต์ที่เลียนแบบจำลองมีรูปแบบลักษณะท่าทางเหมือนมนุษย์ก็พอได้อยู่ แต่ถ้าเป็นแบบเหมือนเป็นทีวีที่อ่านไป สอนไป พูดทฤษฎีไป แต่ไม่รับ Feedback จากนักศึกษา อาจารย์คิดว่าแรกๆเด็กๆก็อาจตื่นเต้น มีหุ่นยนต์มาสอนแทนอาจารย์มันดูล้ำจังเลย ขนาดปัจจุบันอาจารย์ที่สอบแบบพูดอย่างเดียวหรืออ่านตามสไลด์ที่สอนเด็กก็ยังเบื่อเลย ถ้าหุ่นยนต์มาแล้วก็พูดๆก็คงไม่ต่างกับเราเปิดทีวีดู แต่ถ้าเป็นลักษณะที่สามารถโต้ตอบ เลียนแบบเหมือนมนุษย์ได้ค่อนข้างเยอะ เด็กๆอาจจะสนุก เห็นถึงความทันสมัย แต่อาจารย์ก็ยังไม่เห็นด้วย คือ อาจารย์ไม่ได้อยากสอนแต่วิชาการ แต่อยากที่จะสอนเด็กด้วยคุณธรรม จริยธรรมอันดี ให้เขาใช้ชีวิตด้วยความดี อะไรก็ตามที่นอกเหนือจากความรู้ที่ได้เรียนไป

 

  • วิชาที่สอนแล้วเป็นตัวของตัวเอง และคิดว่าสนุกที่สุด  แล้วสอนอย่างไร

วิชา SME : Small and Medium Enterprises Management สอนเกี่ยวกับการธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง ชอบเพราะว่า อาจารย์จะชอบคิดหานั่นโน่นนี่ อยากทำธุรกิจหรือประดิษฐ์โน่นนี่ ซึ่งวิชานี้ก็ทำให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องของธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง ว่ามีพื้นฐานมายังไง วิชานี้มันดีตรงให้เด็กๆเห็นว่าการที่เราจะเป็นนักธุรกิจ เราไม่จำเป็นต้องมีธุรกิจใหญ่โตเสมอไป เพราะธุรกิจขนาดใหญ่ก็ต้องพึ่งพาธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก มันจะเกื้อหนุนจุนเจือกัน เขาก็จะเห็นคุณค่าของการทำธุรกิจ ตอนที่อาจารย์สอนวิชานี้สอนในคณะบริหาร อาจารย์ก็จะให้ทดลองเขียนแผนธุรกิจ ให้คิดสร้างธุรกิจขึ้นมาเอง สร้างสินค้า วางแผน วางกลยุทธ์ในด้านต่างๆ ในเรื่องผลิต การบริการสินค้า การทำโฆษณาสินค้าทางการตลาด กลยุทธ์การจัดการบริหารการผลิต หรือการเงิน มันจะครบในวิชานี้ มันจะมีความ Active Learning มากตรงที่ เราไม่ได้มาบรรยาย พูดทฤษฎีใส่หัวเด็ก แล้วเด็กต้องมานึกเอาเองว่ามันคืออะไร คือเราจะสอนไปทำไป การที่เราจะสร้างสินค้าขึ้นมา ในขนาดที่เราพึ่งเริ่มธุรกิจเป็น SME เราจะคิดจากอะไร เราก็จะมีสเต๊ปการคิดให้ เด็กก็ลองไปคิด แล้วมาวางแผน ต่อว่าจะทำยังไงให้ลูกค้าซื้อเรา ซึ่งพอเรียนครบทุกบทเด็กก็จะมีแผนธุรกิจเป็นของตัวเอง ซึ่งเด็กสามารถไปเปิดธุรกิจเองได้เลย

 

  • อยากบอกอะไรเพิ่มเติมกับนักศึกษา

การใช้ชีวิตและแบ่งเวลา อย่างสมัยอาจารย์เป็นนักศึกษาอาจารย์ทำกิจกรรมเยอะแยะไปหมด อาจารย์คิดว่ามันคุ้มนะ เพราะเราได้มีประสบการณ์ ได้มีเพื่อน ทดลองการใช้ชีวิตในช่วงมหาลัย ลองผิดลองถูกได้ไม่มีใครมาต่อว่าเรา มันเป็นกิจกรรมที่เด็กๆทำ แต่ว่าถ้าคุณไม่ลองผิดลองถูกในกิจกรรมมหาลัยเลย แต่คุณไปทำงานเลยมันคือชีวิตจริง บางทีการเข้าสังคมมันยาก ก็อยากให้แบ่งเวลามาทำกิจกรรมบ้าง แต่มันก็ต้องรับผิดชอบทั้งกิจกรรม และการใช้ชีวิตของตัวเอง ออกกำลังกายบ้าง เที่ยวเล่นบ้าง นอนให้พอ สุดท้ายถ้าเราแบ่งเวลาดีๆ ซึ่งการเป็นนักศึกษาหน้าที่หลักคือเรียน เราควรตระหนักว่าเรียนเพื่ออะไร ที่สำคัญก็คือความรู้ที่เราจะได้ไป และอื่นๆที่นอกเหนือจากการเรียน การทำกิจกรรมในมหาลัยหรือนอกมหาลัยก็ตาม

 

  • ทิ้งท้าย

ทุกคนก็น่าจะรู้จักว่าเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครที่เด่นในด้านวิศวกรรม ไอที ซึ่งมหาลัยเทคโนโลยีมหานครก็มีด้วยกัน 4 คณะ วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาการและเทคโนโลยีสารสนเทศ บริหารธุรกิจ และสัตวแพทย์ ถ้าจะมองมหาลัยเอกชนก็อยากให้มองมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร จากที่อาจารย์สัมผัสมา ในการที่จะทำหลักสูตรต่างๆในการเรียนการสอน เรามีการพัฒนา การตั้งเป้าหมายสูงมากๆ ทุกอย่างเราทำเพื่อเด็ก สร้างคนให้จบออกไปมีงานทำ อันนี้เป็นจุดแข็งในด้านคุณภาพ ซึ่งทุกคณะมีการพัฒนาอยู่ตลอด ทุกสิ่งทุกอย่างก็ทำเพื่อเด็กทั้งนั้นค่ะ