Back

ครูพันธุ์ใหม่ (อาจารย์ธันวา)

  • แนะนำตัวสั้นๆ เพื่อให้ได้รู้จักกันมากขึ้น

สวัสดีครับผม ผศ.ดร.ธันวา ศรีประโมง (อาจารย์ธันวา) อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ครับ

ปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาคอมพิวเตอร์ ที่มหาวิทยาลัยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ปริญญาโท คณะวิศวกรรมไฟฟ้า สาขาคอมพิวเตอร์ ที่มหาวิทยาลัยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ปริญญาเอกจบ Imperial College ที่ประเทศอังกฤษ



 

  • ฉายาที่นักศึกษา 
    ตอนนี้ไม่มีนะครับ แต่สมัยก่อนเด็กจะเรียกว่า อาจารย์สุดโหด (ขำ 555) จริงๆชื่อเล่นผมชื่อเอ๋ แต่ไม่มีใครเรียกผม (ขำ 555)

 

  • เวลาว่าง / งานอดิเรก อาจารย์ชอบทำอะไรบ้าง

งานอดิเรก ผมเล่นดนตรีตั้งแต่เด็ก ที่ผมเล่นจะเป็นออแกน ต่อมาก็เป็นอิเล็กโทน คีย์บอร์ด ผมค่อนข้างเล่นดนตรีได้หลายชนิด กลอง กีต้าร์ ผมก็เล่นได้ ปัจจุบันผมจะเล่นซินธิไซเซอร์ บางทีผมก็ไปบันทึกเสียงนอกสถานที่อย่างที่ผ่านมาเทศกาลคริสมาสต์จะมีนักขับร้องเพลง ผมก็จะไปบันทึกเสียง นำมาทำคลิปลง Youtube



 

  • อาจารย์มีของสะสมมั้ย / คืออะไร

บอกไปก็คงแปลกนะ ผมสะสมหนังสือการ์ตูนและวีดีโอที่เป็นอนิเมะ อย่างสตูดิโอจิบลิ (Studio Ghibli) ผมจะมี DVD ของเขาเกือบครบเลย (ขำ 555) อย่าง Attack on Titan ผมมีทั้งเวอร์ชั่นการ์ตูนและภาพยนตร์ ผมมีหมดเลย (แฟนคลับตัวจริงนะครับ ขำ 555)

สำหรับคนที่คิดว่าอนิเมะนั้นสำหรับเด็ก ผมแนะนำให้ลองไปดู Grave of the fireflies ผมคิดว่าโอกาส 80-90 % คุณน่าจะร้องไห้ ถ้าเป็นผู้หญิงดูไปสักประมาณ 10 นาที คิดว่าน่าจะร้องไห้ยาวจนจบเรื่องเลย ถ้าเป็นชื่อภาษาไทย เรื่อง สุสานหิงห้อย อยากให้ลองดูครับ

 

  • อาจารย์ทำยังไงกับเด็กมาสาย

ปกติแต่ก่อนผมค่อนข้างเขี้ยว เด็กๆเรียกอาจารย์สุดโหดอะไรต่างๆ แต่ตอนนี้ผมก็จะบอกเด็กว่า เขาโตแล้วนะ มันเป็นหน้าที่ของเขา ถ้าไม่มามันจะส่งผลกระทบยังไงบ้าง อย่างถ้าเขามาสายบ่อยๆมันก็ย่อมกระทบต่อคะแนนเข้าห้องเรียนและยังส่งผลกระทบถึงการเรียน อย่างช่วงเช้าเรียนเก้าโง ถ้าเด็กมาช้าเขาก็จะพลาดพื้นฐานที่ผมจะปูก่อนที่จะเข้าเนื้อหา พอเขามาสาย พื้นฐานที่เราปูเขาก็จะไม่ได้ แล้วก็จะเรียนไม่เข้าใจในวันนั้น  พอไม่เข้าใจในวันนั้นก็จะมีปัญหา เช่น ทำปฎิบัติการไม่ได้ หรือเนื้อหาอาจจะเชื่อมโยงในสัปดาห์ต่อไป เขาก็ไม่เข้าใจอีก ดังนั้นจากการที่เขาพลาดจากจุดเล็กๆนี้มันทำให้เขาพลาดจำนวนมาก ซึ่งจุดนี้ผมก็บอกเขาประจำ อย่างสอบกลางภาคเสร็จผมก็จะบอกคะแนนสอบแต่ละคนได้เท่าไหร่ ถ้าคนที่มาสายได้คะแนนน้อยผมก็จะมีการพูดคุยกับเขา เห็นไหม คะแนนไม่ค่อยดีเพราะเข้าเรียนสาย แต่ถ้ากรณีที่มาสายและมีความรับผิดชอบได้คะแนนดีผมก็ไม่ว่าอะไร

 

  • แล้วอาจารย์เคยมาสายมั้ย

มีแต่นานๆครั้งครับ แต่ส่วนใหญ่ผมจะมาก่อน ปกติเด็กจะเห็นผมก่อนประมาณครึ่งชั่วโมงไม่ก็หนึ่งชั่วโมง เพราะผมจะต้องมาเตรียมการสอนก่อน มาเช็ตคอมพิวเตอร์ ไมโครโฟน เช็คระบบปฎิบัติการ ระบบเสียง โปรแกรมที่จะใช้สอน ก่อนที่จะสอน

 

  • สมัยเรียนอาจารย์เป็นเด็กนักเรียนแบบไหน

สมัยเป็นเด็กผมค่อนข้างขาดเรียนเยอะ คือตอนที่ผมเรียนมันก็สะท้อนกับเด็กยุคปัจจุบัน อย่างอาจารย์กับนักศึกษาคนละ Gen กัน บางทีนักศึกษาก็ว่าอาจารย์ไม่เข้าใจผม ซึ่งยุคของผมเป็นเด็กผมก็เป็นเหมือนกัน ผมจำได้ว่ามีวิชาหนึ่งผมเข้าเรียนแล้วอาจารย์สอนอ่านตามสไลด์ ผมก็เลยคิดว่าคงไม่มีความจำเป็นที่จะมาเข้าเรียน ผมไปอ่านเองก็ได้ แล้วผมก็ไม่ได้เข้าเรียนอีกเลยในวิชานั้น ซึ่งสมัยก่อนไม่ได้มีการเช็คชื่อเข้าเรียนเหมือนสมัยนี้ แต่ผมก็คิดอยู่ในใจเหมือนกันนะว่าเกิดวันหนึ่งถ้าเราเป็นอาจารย์ขึ้นมาจะเป็นไงนะ ในตอนนั้นก็ไม่คิดด้วยซ้ำว่าตัวเองจะมาเป็นอาจารย์ และดูเหมือนจะเป็นกฎแห่งกรรมในตอนนี้ (ขำ 555) ตอนเรียนผมก็เป็นเด็กกิจกรรมตัวยงเลยละ คือทำกิจกรรมมากกว่าเรียน (ขำ 555) เราทำกิจกรรมแต่ไม่ได้เสียการเรียน แค่แบ่งเวลาให้มันเหมาะสม

 

  • ถ้าตอนนี้ยังเป็นเด็กอยู่ อาจารย์คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไร

ถ้าตอนนี้เวลาบ่ายสอง สมัยเป็นนักศึกษาผมก็นอนอีเหละเขะขะอยู่ห้องสโมสรนักศึกษาหรือไม่ก็ชมรม (ขำ 555) เห็นผมไม่ค่อยเข้าเรียนเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นเวลานี้ช่วงสอบ ผมกำลังติวข้อสอบให้กับเพื่อนอยู่ คือตอนที่เรียนเรารู้เราทำกิจกรรมเยอะ เราก็สนิทกันกับเพื่อน ก็รู้ตัวว่าใครอ่อนตรงไหน ใครถนัดวิชาไหนก็ให้มาติวให้เพื่อน อย่างผมติวให้เพื่อนผมคิดว่ามันดีกว่าให้เพื่อนมาติว เหมือนว่าเราได้ทบทวนบทเรียนและความรู้ความเข้าใจของตัวเองไปด้วย ผมมองว่าการที่ผมติวกับเพื่อนรุ่นเดียวกันมันสื่อสารกันได้เข้าใจกว่าคนที่อยู่คนละรุ่น

 

  • ถ้าไม่ได้มาเป็นอาจารย์ อยากเป็นอะไร

สมัยเรียน ผมเริ่มเป็นนักแปลอิสระ (Freelance Writer) แปลบทความ ตอนนั้นคือมีรุ่นพี่ที่ทำงานอยู่กับนิตยสารด้านคอมพิวเตอร์แล้วเขาก็ส่งเนื้อหา บทความต่างประเทศ มาให้ช่วยอ่าน ทำความเข้าใจ แล้วก็แปลเป็นสำนวนภาษาไทยของเรา แล้วส่งให้เขา ผมทำอย่างงี้มาระหว่างเรียน จนเรียนจบก็ทำงาน ได้มีโอกาสได้เป็นนักเขียนทำงานกับนิตยสารคอมพิวเตอร์ เพราะฉะนั้นผมจะเขียนแปลอะไรต่างๆ มันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ผมได้เขียนหนังสือหรือบทความ เป็นประโยชน์จนถึงทุกวันนี้ แล้วถ้าผมไม่ได้เป็นอาจารย์ ผมก็คงเป็นนักเขียนอยู่ทุกวันนี้ คงจะเขียนหนังสือหรืออะไรเยอะแยะเต็มไปหมด จำได้ว่าช่วงสมัยเรียนปี 2-3 นี้แหละ มันมีอนิเมะเรื่องหนึ่ง เรื่องคุณหมอหมี ผมอ่านแล้วรู้สึกอยากเป็นหมอ แต่มันก็ไม่ทันแล้วเพราะเราเรียนมา ปี 2-3 แล้ว (ขำ 555) แต่ถ้าผมได้อ่านอนิเมะเรื่องนี้ก่อนจะเข้าเรียนปริญญตรีนะ ผมจะสอบเข้าแพทย์เลย 100%

 

  • แนวการแต่งตัวของอาจารย์ถ้าไม่ได้มาสอน

อยู่บ้านก็เสื้อยืด เสื้อกล้าม ขาสั้น ผมอยู่แบบง่ายๆ แต่ถ้าออกข้างนอกเรียบร้อยมากๆเวลาที่ออกข้างนอกด้วยความจำเป็น กลัวคนจะเข้าใจผิดว่าผมเป็นผู่ก่อการร้ายหรือเปล่า (ขำ 555) เพราะผมไว้เคราซึ่งประทศไทยอาจจะมองว่าแปลก ดังนั้นเวลาออกจากบ้านผมค่อนข้างจะแต่งตัวเรียบร้อยเพราะกลัวคนเข้าใจผิด (ขำ 555) ขนาดผมแต่งตัวดีๆยังมีกรณีที่ว่า วันหนึ่งผมไปร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดส์แห่งหนึ่ง ผมก็ทานของผมไป แต่โต๊ะข้างๆเป็นผู้หญิงชราและมีหลานวัยกำลังซนเลย เขาก็ปรามหลานว่า ระวังนะเดี๋ยวคนโต๊ะนั้นจะเอาตัวไป (ขำ 555)

 

ถ้ามหาลัยให้แต่งตัวอะไรก็ได้มาสอน

ผมก็ต้องถามว่าสังคมหละ อาจไม่ยอม ฉะนั้นผมก็ยังคงต้องแต่งตัวแบบนี้อยู่ดี แต่อาจจะเปลี่ยนกางเกงเป็นยีนส์รองเท้าผ้าใบซึ่งมันก็ใส่สบายกว่ารองเท้าหนัง เสื้ออาจะเสื้อยืด เชิ้ตโปโล

 

  • มีไอเท็มอะไรที่ขาดไม่ได้เลย ขาดแล้วรู้สึกไม่มั่นใจ

ก็คงจะเป็นเครานี้แหละ เรื่องของเรื่องคือ พออายุมากขึ้นมันเป็นสภาพของผู้ชายเลยโดยทั่วไป พวกหนวดเคราจะมากขึ้นมันก็ขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์ด้วย ของผมเจอปัญหาที่ว่าหนวดเคราผมมันใหญ่และแข็ง ดังนั้นเวลาโกนใบมีดมันจะบาดตลอด แล้วเราจะหาทางแก้ปัญหาอย่างไร ขนาดที่ว่าผมไปให้ช่างตัดผมโกนให้ที่เขาเป็นมืออาชีพและไว้หนวดเคราเองด้วย ทุกครั้งที่เขาโกนหนวดเคราให้ผม เขาทำผมเลือดออกทุกครั้ง ผมก็เลยตัดสินใจเลยว่าไว้เครานี้แหละ ไม่ไหวจริงๆและอีกอย่างพวกค่าครีมโกนหนวด ค่าอุปกรณ์ต่างๆแพงมาก ผมก็พอกันทีแล้วก็ปล่อย ช่วงนั้นเทรนการไว้หนวดเครากำลังมาผมก็เลยลองดูซิ จนกลายเป็นทุกวันนี้

ตอนผมไว้ก็รู้สึกผมเป็นคนใหม่ดี เหมือนเราเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ เปลี่ยนสไตล์ แต่ถ้าโกนออกก็คงรู้สึกแปลก เพราะหน้าเดิมผมมันจะออกจีนๆมาก (ยิ้ม)


  • แนะนำร้านอาหารที่ชอบไปกิน แถวๆนี้หน่อย

มันเป็นร้านซี่โครงหมูทอดตรงตลาดหนองจอก ผมจำชื่อร้านไม่ได้ จะกินต้องโทรสั่งนะ เพราะร้านขายดีมาก ต้องไปลองนะอร่อยจริงๆ

 

  • ถ้าอาจารย์ให้ทุนอะไรก็ได้ในโลกนี้กับเด็ก 1 ทุน จะให้ทุนอะไร

อย่างตอนที่ผมเป็นเด็ก บ้านผมจนมากๆ ผมต้องทำพวกหมูแดดเดียวแล้วแพ็คใส่ถุงไปขายตามถนน ตอนนั้นเราก็ไม่มีเงินซื้อของเล่นด้วย อยากได้ของเล่นก็ต้องทำเอง ขนาดไม้ไอศกรีมผมยังมี่เลย เพราะโอกาสที่เราจะกินยังไม่มี ดังนั้นผมจะใช้วิธีไปหลังบ้าน ไปหาต้นไม้ที่มีกิ่งอ่อนหน่อยเอามาตัดแล้วเราก็เอามาซอยเป็นแบบไม้ไอศกรีมแล้วเราก็เอามาต่อเป็นอะไรต่างๆ อันนี้อาจจะเป็นแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมเลือกเป็นวิศวกร เพราะว่าวิศวกรเราคือผู้ที่คิดและทำ อย่างตอนเป็นเด็ก พี่สาวผมให้เงินผมมา 20 บาท ผมก็เอาไปซื้ออุปกรณ์ที่จะทำไฟฉายมา ซึ่งผมก็ทำหลายฟังก์ชั่น พี่สาวผมก็ว่าทำไมไม่เอาไปซื้อขนมหรืออะไรมากิน

ดังนั้นผมถึงอยากให้ทุนสำหรับเด็ก ซึ่งเด็กสามารถเอาไปทำอะไรก็ได้ที่เขาทำแล้วใช้ความคิด จินตนาการของเขา นำไปประดิษฐ์อะไรก็ได้ แล้วอะไรก็ได้มันส่งผลต่อคนอื่นด้วยนั่นยิ่งดี

 

  • อาจารย์ช่วยรีวิวสิ่งที่นี้หน่อย ( เป็นภาพ คน หรือ สิ่งของ )

สิ่งที่ผมอยากจะทำเป็นไอเดียที่เคยให้นักศึกษาทำ โดยปกติเวลาไปเที่ยวอย่างกับเพื่อนแล้วไปรถคนละคัน เราจะเช็คยังไงว่าใครถึงไหนอยู่ตรงไหน ปกติคนก็คุยไลน์กัน แล้วก็มานั่งถามกันว่าฉันอยู่ตรงนี้เธออยู่ตรงไหน แล้วก็มาส่งโลเคชั่น ซึ่งตอนให้นักศึกษาทำ ผมให้เด็กเขียนแอพพลิเคชั่น เปิดมาจะเป็นหน้าแบบ Google map เลย มันก็จะขึ้นตำแหน่งโลเคชั่นของรถทุกคันเป็น Real time แล้วถ้าเราอยากจะคุยกับคนในรถคันไหน แค่แตะลงไป ก็จะคุยกันได้กับรถคันนั้นหรือจะคุยกันทั้งกลุ่มก็ได้ แอพพลิเคชั่นตัวนี้ก็สามารถไปใช้ในการประกอบธุรกิจทัวร์ได้ อย่างเช่นเรามีลูกทัวร์ เวลาไปเที่ยวคนก็กระจายไปที่ไหนบ้างเราก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นก็ให้ลูกทัวร์โหลดแอพพลิเคชั่นนี้จะได้รู้ว่าอยู่จุดไหน และเราที่เป็นหัวหน้าทัวร์ก็สามารถส่งประกาศไปว่าให้มารวมตัวจุดไหน เราก็ยืนอยู่ตรงตำแหน่งนี้ลูกทัวร์ก็จะมา เป็นไงครับแอพพลิชั่นดีๆแบบนี้ อยากได้ไหมครับ ซึ่งจริงๆแล้วมันเป็นเรื่องที่ไม่ไกลตัว

 

  • คิดว่ายังไง ถ้าต่อไปมีหุ่นยนต์อาจารย์มาสอนแทนได้

คนทั่วไปอาจจะมองว่ามันตื่นเต้น แต่สำหรับผมมันเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งปัจจุบันมันก็เป็นแล้ว หุ่นยนต์ที่จะมาสอน มันจะต้องมีฐานความรู้ในเนื้อหาวิชาที่สอน อาจจะมาจากการบันทึกโดยตรงหรือลักษณะของการให้มันเรียนรู้กลไกในการที่จะเอาความรู้นั้นสื่อสารออกไป ฉะนั้นหุ่นยนต์ที่เป็นอาจารย์จะต้องมีองค์ความรู้ที่ทำการสอน ซึ่งองค์ความรู้ในปัจจุบันก็มี เช่น Open course คอร์สเรียน ทุกวันนี้เป็นแล้ว ทุกวันนี้เรามีการสอทางไกลแล้ว แม้กระทั่งผมก็มีการบันทึกการสอนแล้วอัพโหลดลงให้เด็กไปทบทวนทีหลังได้ ปัจจุบันเด็กที่ไปติวเขาไม่ได้ติวกับอาจารย์หรือครู เขาติวกับวิดีโอที่เปิด คราวนี้มาคิดอย่างไรกับอาจารย์ที่มาสอนแล้วอ่านให้นักศึกษาฟัง พูดง่ายๆคือถ้าทำแบบ Open course ยังทำแบบระบบที่สอนผ่านทางไกลคุณทำหน้าที่แค่นั้น คุณตกงานแน่ คือทุกวันนี้กลไกของมนุษย์อาจจะสู้หุ่นยนต์ไม่ได้แต่มนุษย์ที่เป็นอาจารย์จะมีกลยุทธ์ในการสื่อสารให้นักศึกษาเข้าใจ รู้ว่าเวลาสอนถ้านักศึกษาไม่สนใจจะทำอย่างไรให้นักศึกษาสนใจ นี้แหละคุณคุณค่าของอาจารย์ ความรู้มันเป็นสิ่งสำคัญก็จริงแต่มันก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด สิ่งคำคัญของความเป็นครูอาจารย์คือจรรยาบรรณ การนำเสนอการสอนให้นักศึกษาเข้าใจ พูดง่ายๆคือเอาหุ่นยนต์มาสอนเป็นร้อยๆตัว ก็สู้มนุษย์ที่เป็นอาจารย์หนึ่งคนไม่ได้หรอก    

 

  • วิชาที่สอนแล้วเป็นตัวของตัวเอง และคิดว่าสนุกที่สุด  แล้วสอนอย่างไร

จริงๆผมก็สอนหลายวิชานะ ถ้าเป็นวิชาที่ไม่เครียดก็ระดับบัณฑิตวิทยาลัย ปริญญาโท-เอก เพราะว่าในหมวดของงานวิจัยมันคือความท้าทาย มันเป็นสิ่งใหม่ๆ อย่างผมสอนในเทอมนึ้ Selected Topics of Computer Engineering เนื้อหาหัวข้อ คือ การคำนวณด้วยวิธีวิวัฒนาการ มันจะเป็นเรื่องคณิตศาสตร์การคำนวณ แต่เราเป็นคณิตศาสตร์ประยุกต์เรานำมาเปลี่ยนเป็นขั้นตอนวิธีที่เราจะเขียนโปรแกรม ขั้นตอนการเขียนเราได้มาจากสิ่งมีชีวิต

ยกตัวอย่างเช่น  ย้อนไปตอนประถมเคยเรียนไหม ว่าทำไมยีราฟคอยาวไม่เท่ากัน ทำไมเขาสวยกว่าเรา ทำไมตาเขาสีฟ้า เอ๊ะ! ทำไมเราไม่ตาสีฟ้า แล้วมันก็มีหลักการทางชีววิทยา อย่างยีราฟทำไมคอยาว มันก็มีแนวความคิด 2 แบบ

แบบแรกยีราฟคอยาว เริ่มแรกคือมีต้นไม้ ยีราฟคอสั้นแล้วมันก็แย่งกันกินใบไม้ จนใบไม้ช่วงล่างหมด แล้วทำไงละไม่มีกิน ใบไม้ก็อยู่แถวบน มันก็ต้องยืดคอ แล้วก็ยืดๆ แล้วถ้าตัวไหนยืดคอได้สูงกว่าก็รอด ตัวที่ยืดคอไม่สูงก็ตายหรืออดอาหารไป ฉะนั้นตัวที่คอยาวด้วยกันมีสิทธ์ผสมพันธุ์กันมีลูกหลานก็จะคอยาว เวลาผ่านไปหลายๆรุ่นเข้ายีราฟก็เลยคอยาว

แบบที่สอง การที่ยีราฟยืดคอแล้วคอยาวมันเป็นไปไม่ได้ มันขึ้นอยู่กับ DNA ของแต่ละตัว เวลามันผสมพันธุ์กันแต่ละรุ่นก็มีวิวัฒนาการไปเรื่อยๆรุ่นลูกสู่รุ่นหลาน DNA ดีก็จะคอยาว เรื่องพวกนี้ก็เป็นหัวใจหลักของวิศวกรก็ได้ วิศวกรเราไม่ได้ทำของสิ่งที่ไม่มีอยู่ก่อน เราทำของจากองค์ความรู้พื้นฐานเรามีเทคโนโลยีก่อนหน้าของคนรุ่นก่อนทิ้งไว้ แค่เราใส่สมองของเราลงไป

อย่างวิชานี้ที่ผมเล่ามามันสนุกเพราะอะไรเราหยิบเอาเรื่องใกล้ตัวเข้ามา เอาของข้างตัวเข้ามาประยุกต์ เอาเรื่องราวของสิ่งที่มันไม่เกี่ยวข้อง สิ่งมีชีวิตรอบกาย นำมาประยุกต์แล้วมันเกิดผลที่ดีขึ้น มันแก้ปัญหาได้

 

  • อยากบอกอะไรเพิ่มเติมกับนักศึกษา

นักศึกษารุ่นใหม่หรือก็คือตัวผมในอดีต บ่อยครั้งที่เราเรียนปริญญาตรี เราไม่ได้มีจุดมุ่งหมายในชีวิต อย่างเช่น เราเข้ามาเรียนเห็นว่าอาชีพนี้ดีเรียนแล้วไม่ตกงาน เราก็เลยเรียน แต่เราไม่รู้เลยว่าอาชีพนี้มันต้องใช้ความรู้ใดบ้าง เวลาเลือกเข้าสาขาอยากให้ดูด้วยว่าสาขานี้มันทำอะไร หรืออย่างอาชีพที่คุณอยากทำ ทำแล้วมันทำอะไรได้บ้าง มันต้องใช้ความรู้อะไร เราควรรู้ว่าในหลักสูตรไหนมันตอบโจทย์ให้เรามากที่สุด วิชาไหนในหลักสูตรมันมีจุดมุ่งหมายอะไรที่ตอบโจทย์เรา ดังนั้นเราเป็นนักศึกษา แล้วเราลงทะเบียนวิชานี้ เรารู้วิชานี้ตอบโจทย์อะไร มันมีจุดหมายอะไร ทำไมอาจารย์ถึงสอนวิชานี้ การเรียนของเราจะมีจุดหมายและการเรียนของเราจะไม่น่าเบื่อ และแน่นอนมันไม่น่าเบื่อ เรารู้ว่ามันสำคัญเราคงไม่มาเรียนสาย

 

  • ทิ้งท้าย

กล้าคิดให้แตกต่าง Think Different มันก็เป็นรากฐานของการออกแบบอะไรสักอย่าง ถ้าเราทำเหมือนคนอื่น เราก็ต้องแข่งกับเขา งั้นเราก็ต้องทำให้แกร่งกว่าเขา แต่ถ้าเราทำให้ดีกว่าเขา ทำสิ่งที่ต่างจากเขา สิ่งที่เราทำมันก็จะขายได้