Back

ครูพันธุ์ใหม่ (อาจารย์อ๊อด)

  • แนะนำตัวสั้นๆ เพื่อให้ได้รู้จักกันมากขึ้น

       สวัสดีครับผม รศ.ดร.อธิคม ฤกษบุตร (อาจารย์อ๊อด) ตำแหน่งรองอธิบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา เป็นอาจารย์ตั้งแต่เปิดมหาวิทยาลัย แค่ประมาณ 28 ปี เองครับ (ขำ 555)




ผมจบปริญญาตรี : คณะวิศวกรรมไฟฟ้า สาขาอิเล็กทรอนิกส์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ปริญญาโท : M.S.E.E. Optoelectronics Florida Institute of Technology คณะวิศวกรรมไฟฟ้า ตอนนี้ฟลอริด้ากำลังหิมะตกเลย (ขำ 555) ในรอบหลายๆปี

ปริญญาเอก : Ph.D. in Optical Fiber Telecommunications, The University of New South Wales ที่ออสเตรเลีย 


     ปัจจุบันผมสอนคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโทรคมนาคม เมื่อสองปีที่แล้วผมเคยไปช่วยสอนสาขาอิเล็กทรอนิกส์ พอดีมันเกิดปัญหาว่าเด็กเรียนตกบ่อย เราเลยไปช่วยสอน ปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนการสอนแต่หลักสูตรเหมือนเดิม คะแนนเฉลี่ยเด็กก็สูงขึ้น




เคล็ดลับการสอนของผม

  1. สอนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย
  2. พูดประเด็นที่สำคัญ
  3. หาโจทย์ที่มันใกล้ๆตัวเด็ก สอนวิธีการคิดหาคำตอบเป็น step by step




  • เวลาว่าง / งานอดิเรก อาจารย์ชอบทำอะไรบ้าง
       ส่วนใหญ่ผมจะเล่นกีฬาได้ทุกประเภท แต่จะชอบที่มีคนเล่นด้วย อย่างเลิกงานผมก็ไปตีเทนนิสกับอาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษา ก็มีเล่นฟุตบอลบ้าง ส่วนใหญ่จะเล่นกับวัยเดียวกัน เพราะว่าวิ่งไม่ทันเด็ก (ขำ 555) และที่สำคัญกลัวโดนเด็กอัดแล้วจะเดี้ยงครับ (ขำ 555) และก็ดูหนัง ผมชอบหนังบู๊ๆ แบบวิทยาศาสตร์ แต่จริงๆเรื่องไหนนางเอกสวยผมจะชอบดู ไม่ใช่ครับ (ขำ 555) เรื่องไหนสนุกผมก็ดูหมด





 

  • อาจารย์มีของสะสมมั้ย / คืออะไร
       ตอนเด็กๆผมสะสมแสตมป์ พอหลังๆออกมาเยอะผมไม่ไหวตาม ก็เลยไม่ได้สะสมต่อ ขนาดนาฬิกา หรือ แหวน เดี๋ยวนี้ผมก็ไม่ใส่แล้ว เพราะผมคิดว่ามันไม่จำเป็น นาฬิกาผมดูในโทรศัพท์ก็ได้ แหวนใส่แล้วเวลาทำโน้นนี้รู้สึกไม่ค่อยถนัด แต่อันนี้ไม่รู้ว่าเรียกว่าของสะสมไหม ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือ ชอบอ่านพวกวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ นิยายก็อ่าน แต่เดี๋ยวนี้อ่านสุขภาพเยอะหน่อยครับ

 

  • ตอนเป็นนักศึกษาเคยมาสายไหม
       เชื่อไหมเวลามาเรียนผมไม่เคยมาสาย เพราะผมไม่มาเรียนเลย (ขำ 555) ถ้ามาเรียนผมก็ไม่เคยมาสายนะ มีแค่มาเรียนกับไม่มาเรียน (ขำ 555) สมัยปริญญาตรีผมไม่เข้าเรียนมากกว่าเข้าเรียนอีก (ขำ 555)

 

  • อาจารย์ทำยังไงกับเด็กมาสาย

       คงตามอารมณ์มั้งครับ (ขำ 555) ถ้าอารมณ์ดีผมจะไม่ทำโทษ ไม่ใช่ๆ (ขำ 555) สมัยก่อนถ้าเลยเวลาผมล็อคห้องเลย แต่มันก็นานมาแล้ว ถ้าปัจจุบันเด็กที่มาสาย ผมจะไม่ว่าอะไร ผมจะมีเทคนิค เช่น คะแนนเก็บในส่วนที่เข้าห้องเรียนถ้าใครมาช้ากว่า 5 หรือ 10 นาทีก็จะไม่ได้คะแนนในส่วนนี้ไป ผมก็จะมีเงื่อนไขให้เด็กอย่างที่ผมสอนมี 15 ครั้ง ถ้ามา 12 ครั้งขึ้นไป ก็ได้คะแนนตรงนี้เต็มไป

 

  • แล้วอาจารย์เคยมาสายมั้ย
       ส่วนใหญ่ผมจะไปคอยเด็กก่อนเสมอก็ไปตามเวลาไม่เคยไปสาย ยกเว้นถ้าผมติดภารกิจจริงๆก็จะให้อาจารย์ท่านอื่นหรือเจ้าหน้าเข้าแทนก่อน แล้วแจ้งเด็กว่าผมมาช้าหน่อยนะ แต่มันจะเกิดน้อยครั้ง

 

  • สมัยเรียนอาจารย์เป็นนักศึกษาแบบไหน
       ผมก็เหมือนวัยรุ่นทั่วไปมีผิดระเบียบบ้าง แต่ผมมีวินัยนะ ระเบียบอาจจะมีไม่มาก (ขำ 555) จริงๆระเรียบกับวินัยต้องมีควบคู่กัน แต่ของผมมันแยกกัน (ขำ 555) ตอนผมเป็นนักศึกษาวิศวะ ผมก็เหมือนเด็กวัยรุ่นสมัยนี้ทั่วไปมีสังสรรค์ เที่ยว ดื่มบ้าง บางคืนดึกข้ามวันก็มี แต่ผมก็เข้าเรียนทันนะ คือเราเที่ยวแต่ไม่ทิ้งการเรียน อย่างเวลาผมจะออกไปสังสรรค์กับเพื่อนช่วงกลางคืน ทุกวันผมจะอ่านหนังสือทบทวนบทเรียนสม่ำเสมอ พอเสร็จผมก็ออกไปสังสรรค์กับเพื่อน ไม่ใช่ว่าเวลามาสอบแล้วมาอ่านหนังสือข้ามวัน สอบก็มีมาติวสอบกับเพื่อนช่วยๆกันครับ

 

  • ถ้าตอนนี้ยังเป็นเด็กอยู่ อาจารย์คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไร
       ถ้าช่วงเวลาเที่ยงกว่าๆผมคงเรียนอยู่ แต่จะพักกินข้าวช่วงเที่ยง สมัยนั้นผมนั่งรถไฟมาเรียนบ้านผมอยู่ไกลจากมหาลัย แต่ผมก็ไม่ได้อยู่หอนะ มีบ้างที่นอนห้องกับเพือน บางทีก็นอนห้องชมรมบ้าง มีนอนใต้โต๊ะห้องแล็บบ้างตอนทำโปรเจ็ค (ขำ 555) บ้างวันเลิกช้า ผมกลับบ้านไม่ไหว เพราะใช้เวลาเดินประมาณ 3-4 ชั่วโมง กว่าจะถึงบ้าน ผมเลยนอนที่มหาลัยเลย (ขำ 555)

 

  • ถ้าไม่ได้มาเป็นอาจารย์ อยากเป็นอะไร
       นักธุรกิจ อะไรก็ได้ที่ขายต่างจากคนอื่น สมัยผมเรียนผมฝันอยากเป็นนักธุรกิจตึกอธิคม (ขำ 555) ผมเป็นคนชอบทำกิจกรรม ตอนเป็นนักศึกษาก็มีจัดคอนเสิร์ตเพื่อหาเงิน แล้วสมัยก่อนยังไม่มีงานที่เป็นออแกไนซ์เซอร์ ผมเป็นออแกไนซ์เซอร์ยุคแรกๆ จัดงานตามอีเว้นต์ ตอนเป็นนักศึกษาเวลามีคอนเสิร์ตผมก็จะไปทำงานในหน้าที่ดูระบบเสียง ระบบไฟ แต่ผมชำนาญระบบไฟมากกว่า อย่างสปอร์ตไลท์ ผมก็ทำเอง เอากระป๋องนมใหญ่ๆมาทำแล้วเจาะรู เอาไฟใส่ ข้างหน้าก็ติดเลนส์ แล้วก็ทำไฟกระพริบ สมัยก่อนมันก็ยังไม่มีไฟ LED เราก็ซื้อหลอดไฟมาต่อๆ แล้วก็เอาพวกนี้ที่ผมทำขึ้นมานี้แหละ เอาไปติดตามงานอีเว้นต์ งานคอนเสิร์ต ก็เป็นการหารายได้ระหว่างเรียนครับ

 

  • แนวการแต่งตัวของอาจารย์ถ้าไม่ได้มาสอน
       ถ้าอยู่บ้านผมแต่งตัวง่ายมากเลย แต่งตัวสบายๆกางเกงขาสั้น เสื้อยืด รองเท้าแตะ บางทีผมก็แต่งตัวอย่างงี้ออกจากบ้านไปห้างฯ จนแฟนผมบอกว่าแต่งตัวดีๆหน่อย เดี๋ยวเจอลูกศิษย์ (ขำ 555) แล้วก็เคยเจอลูกศิษย์ด้วยครับ (ขำ 555)

 

  • ถ้ามหาลัยให้แต่งตัวอะไรก็ได้มาสอน
       ถ้าไม่มีระเบียบ เราก็ต้องมีกาลเทศะ สังคมไทยยังไงก็ตามครูบาอาจารย์ ยังเป็นต้นแบบหรือตัวอย่าง มันก็ต้องแต่งตัวที่สุภาพเรียบร้อย

 

  • มีไอเท็มอะไรที่ขาดไม่ได้เลย ขาดแล้วรู้สึกไม่มั่นใจ
       โทรศัพท์มือถือครับ มีครั้งหนึ่งผมจะไปต่างจังหวัด แล้วลูกผมขับรถมาส่ง ผมลืมโทรศัพท์ไว้ในรถ พอมาถึงสนามบินก็รีบไปตู้โทรศัพท์สาธารณะโทรหาลูก ดีที่ลูกเอาโทรศัพท์มาให้ทันไม่งั้นจะติดต่อลำบากแย่เลยครับ และมีอีกสิ่งหนึ่งที่ผมมีติดตัวตลอดเวลา คือ สร้อยพระ ผมใส่มาตั้งแต่เด็ก ปัจจุบันผมห้อยพระองค์นี้ก็ประมาณ 30 ปี ตอนเด็กผมจะห้อยหลวงปู่แหวน ห้อยเป็นเหรียญจนกระทั่งเหรียญไม่มีหน้าหลวงปู่แหวน และก็ห้อยอีกหลายอัน พอโตตั้งแต่ปริญญาโทจนปัจจุบัน ผมห้อยหลวงปู่ทวด ถ้าวันไหนไม่มีสร้อย ผมจะรู้สึกขาดสิ่งยึดเหนี่ยว และอีกอย่างผมเป็นคนกลัวผีด้วย (ขำ 555) ผมเลยใส่ตลอดเวลา

 

  • แนะนำร้านอาหารที่ชอบไปกิน แถวๆนี้หน่อย
       จริงๆผมก็เป็นคนกินอะไรง่ายๆ ถือคติกินเพื่ออยู่ ไม่ได้อยู่เพื่อกิน แต่ถ้ามาสอนส่วนใหญ่ผมจะกินข้าวราดแกงร้านแรก แต่ถ้ามีเวลาออกไปข้างนอกผมจะหาของกินที่เป็นท้องถิ่นแต่ละที่ แล้วก็เขียนลงเฟสบุ๊ค ส่วนใหญ่จะเขียนร้านที่อร่อยถูกปากเรา

 

  • อาจารย์คิดจะสร้างเพจรีวิวของอาจารย์เองไหม
       ตอนนี้เอาอาจารย์อ๊อดชวนชิมก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยไปอันอื่นครับ (ขำ 555)




 

  • ถ้าอาจารย์ให้ทุนอะไรก็ได้ในโลกนี้กับเด็ก 1 ทุน จะให้ทุนอะไร
       ปัจจุบันผมจะเห็นสังคมยกย่องสนับสนุนให้ทุนเด็กเก่งแบบไปแข่งโอลิมปิก ผมก็ชื่นชมเขานะว่าเขาสร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติ แต่ผมจะมองอีกด้านหนึ่งว่าทำไมมีแข่งโอลิมปิกวิชาการ ถ้าผมมีทุนเยอะผมอยากจะจัดพาราลิมปิกวิชาการ แต่ผมจะให้คนที่ด้อยโอกาส ที่เขามีความมุ่งมั่นตั้งใจและเป็นคนดี

 

  • อาจารย์ช่วยรีวิวสิ่งที่นี้หน่อย ( เป็นภาพ คน หรือ สิ่งของ )
       คงจะรีวิวเรื่องการศึกษา เพราะผมเป็นอาจารย์มา 28 ปี สิ่งที่ผมเห็น คือ ความรู้นะบางทีครูบาอาจารย์เวลาสอนเด็ก ถ้าไม่มีประสบการณ์ไปสอนเด็ก เด็กก็จะได้แต่ความรู้ แต่ปัจจุบันคนสอนส่วนใหญ่จะไม่มีประสบการณ์ แล้วไปถ่ายทอดสอนเด็กไป เด็กก็ได้ความรู้แต่ยังขาดที่จะสอนให้เด็กใช้ความรู้ ถ้าเป็นไปได้ผมอยากจะรีวิวให้แต่ใช้ความรู้มากกว่ามีความรู้

 

  • คิดว่ายังไง ถ้าต่อไปมีหุ่นยน์อาจารย์มาสอนแทนได้
       ผมว่าก็ดี สนุกเลยละ (ขำ 555) วัตถุประสงค์ของการเรียนการสอน คือ ให้เด็กมีความรู้ก่อน แล้วก็ไปใช้ความรู้ แต่หุ่นยนต์อาจจะทำบางสิ่งบางอย่างไม่ได้คือ หุ่นยนต์ไม่มีชีวิตจิตใจ ถ้าเรามองในด้านศาสนา ชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิต สิ่งมีชีวิตจะมีกายและมีจิต หุ่นยนต์เป็นสิ่งไม่มีชีวิตคือวัตถุพวกกาย แต่ก็ไม่แน่นะถ้าพัฒนาให้หุ่นยนต์มีจิตวิญญาณ แต่มันก็สอนได้แต่ก็ได้แค่ระดับหนึ่ง บางสิ่งบางอย่างที่หุ่นยนต์ทำแล้วคนทำไม่ได้ก็มี ถ้าถามผมว่าหุ่นยนต์มาสอนมันก็ดี แต่ว่าจะใช่หุ่นยนต์ตรงไหน อย่างคนในปัจจุบันก็มีการสอนแตกต่างกันไป มีทั้งสอนออนไลน์ สอนระยะไกล หรือการสอนต่างๆ แต่ในบางเรื่องการสอนแบบ Face to Face เจอกันแบบนี้ มันก็จะให้มุมมองที่ระบบพวกนี้ทำไม่ได้ ดังนั้นผมมองว่าถึงหุ่นยนต์เข้ามามันก็โอเค แต่ว่าตรงนี้ส่วนประกอบระบบที่สมบูรณ์จะต้องมีทุกมิติรวมเข้าด้วยกัน ผมไม่ซีเรียส ดีซะอีกครูจะได้ไม่เหนื่อย (ขำ 555)

 

  • วิชาที่สอนแล้วเป็นตัวของตัวเอง และคิดว่าสนุกที่สุด  แล้วสอนอย่างไร
       คือ วิชาที่ผมเชี่ยวชาญที่สุด คือ วิชาระบบสื่อสารเชิงแสง เกี่ยวกับเส้นใยแก้ว วิชานี้ให้ผมสอนตอนไหนก็ได้ ตื่นนอนปุ๊บงัวเงียๆให้ผมสอนเรื่องไหนก็ได้ ผมมั่นใจมาก ทั้งความรู้ ทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ถ้าสอนสนุกก็อีกเรื่องหนึ่งนะ (ขำ 555) จริงๆที่ผมบอกวิชาเมื่อกี้ไปมันเป็นวิชาชีพที่เป็นฮาร์ดสกิล การสอนฮาร์ดสกิลให้มันสนุกมันยาก มันต้องมีผู้อยากเรียนแล้วเราสอนถึงจะมีความสนุกระหว่างกัน แต่การที่จะสอนคนทั่วไปแล้วเกิดความสนุก มันจะต้องเป็นอีกแบบหนึ่ง เช่น วิชาที่จะดึงศักยภาพของเด็กออกมา วิชาวิศวกรรมกับสังคม ที่เกี่ยวกับ general style หรือวิชาที่กำลังจะเปิดใหม่ creativity วิชาที่เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ พวกนี้ผมว่าสอนแล้วสนุก คือวิชาที่สอนแล้วจะสนุกได้ แต่เป็นวิชาที่ผู้เรียนไม่มีทักษะตรงนั้นแล้วทำให้เขาเกิดทักษะ การที่จะสอนให้สนุกมันก็ต้องเริ่มจากตัวเราก่อน ต้องมีอารมณ์ที่อยากจะสอนก่อน ไม่มีก็ต้องบิ้วครับ (ขำ 555) บวกกับเราเข้าใจความรู้ที่เราจะสอน อย่างที่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ว่า ถ้าคุณไม่สามารถสอนให้คนเข้าใจได้ แสดงว่าคุณไม่เข้าใจเรื่องนั้นดีพอ คือคุณจะสอนเรื่องไหนคุณจะต้องเข้าใจความรู้ในตรงนั้นก่อน แล้วถึงจะสอนออกไป แต่เราก็ต้องรู้ศักยภาพของผู้เรียนก่อน ว่าผู้เรียนคือใคร ผู้เรียนอายุเท่าไหร่ ต้องการแบบไหน เราจะสอนอะไรให้เขา เราก็ใส่วิธีการของเราเข้าไป

 

  • อยากบอกไรเพิ่มเติมกับคนที่เข้ามาอ่าน
       อยากให้ช่วยกันทำสังคมให้มันน่าอยู่ ทำประเทศให้เจริญแต่ความเจริญนี้มันก็ต้องถูกต้องด้วย ผมมองว่าสังคมไทยดีมากเลย ถ้าเทียบกับต่างประเทศ คนไทยมีจิตใตเอื้อเฟื่อ แต่ก็มีคนบางกลุ่มทำให้เราเสียเอกลักษณ์ความเป็นไทยในตรงนี้ไป เช่น เห็นแก่ตัวมากขึ้น เห็นผิดเป็นถูก และการที่ไม่รับผิดชอบต่อสังคมและส่วนรวม ผมว่าทำอะไรก็ได้ให้สังคมมันน่าอยู่มันดีขึ้น แล้วมันอยู่บนความถูกต้อง ผมว่าทุกสิ่งทุกอย่างตรงนี้จะทำให้ประเทศเราจะเจริญ ลูกหลานแล้วก็จะอยู่อย่างสบายขึ้น เผ่าพันธุ์ของเราคนไทยก็อาจจะครองโลกก็ได้ (ขำ 555)

 

  • ทิ้งท้าย
       มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครอยู่มา 28 ปี ใครที่ได้มาเรียนจะรู้ว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตมีคุณค่ามาก (ขำ 555) ผมเชื่อว่าเรามีความแตกต่างจากที่อื่น ในเรื่องของอาจารย์ของเราที่นี้เก่งหลายคน มีความตั้งใจที่จะถ่ายทอดวิชาความรู้ ถ้าได้เข้ามาเรียนแล้ว ผมเชื่อว่าอนาคตเขาจะประสบความสำเร็จ แล้วจะรู้ว่าชีวิตหนึ่งที่ผ่านรั้วมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครมา เป็นชีวิตที่มีคุณค่ามากทีเดียว