Back

มาดูแลคนแก่ด้วยเทคโนโลยีกัน

ผศ.ดร.ธีรยศ เวียงทอง  
อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ​ 
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร  
24 มกราคม 2559  

       เชื่อมั้ยครับว่าอีกสิบปีข้างหน้า ประเทศไทยเราจะเป็นประเทศที่เรียกว่าสังคมผู้สูงอายุ (Aged Society) หลายท่านคงสงสัยว่ามันมีการนิยามกันไว้อย่างไร ผู้เขียนเลยขอนำนิยามจากองค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) ได้แบ่งระดับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เป็น 3 ระดับ ได้แก่
       ​1. ระดับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging society) หมายถึง สังคมหรือประเทศที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศหรือมีประชากรอายุตั้งแต่ 65 ปีมากกว่าร้อยละ7ของประชากรทั้งประเทศ 
       2. ระดับสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged society) หมายถึงสังคมหรือประเทศที่มีประชากรอายุ60ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ20 ของประชากรทั้งประเทศหรือมีประชากรอายุตั้งแต่ 65 ปี มากกว่าร้อยละ14 ของประชากรทั้งประเทศ 
       3. ระดับสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ (Super-aged society) หมายถึงสังคมหรือประเทศที่มีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่า ร้อยละ20 ของประชากรทั้งประเทศ 
       สำหรับประเทศไทยหากดูในรูปกราฟอัตราส่วนของประชากรในประเทศไทยในระดับอายุต่าง ๆ กัน (น้อยกว่า 15ปี ช่วงระหว่าง 15-64ปี และมากกว่า 65ปี เราจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในอีกสิบปี และหลังจากนั้นอีกสิบปีก็จะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ (Super-aged society) หรือพูดง่าย ๆว่า ในมีประชากรที่เดินมา 5 คน จะมีคนที่มีอายุมากกว่า 65 ปีคนนึง

       นั่นหมายถึงว่าในอนาคตอีกสิบปี จะมีคนที่อยู่ในวัยทำงานน้อยลง คนที่เกษียณอยู่กับบ้านมากขึ้น หากโชคดีก็จะมีรายได้และมีลูกหลานที่คอยดูแลเอาใจใส่อยู่ใกล้ ๆ เป็นครอบครัวใหญ่  โชคร้ายของคนที่มีอายุยืนก็จะต้องอยู่ลำพังสองตายาย ที่มีลูก ๆ ออกไปทำงานที่ต่างจังหวัด นาน ๆ ก็จะกลับมาบ้านที และสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ก็คือโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ที่จะมาเยือนเมื่ออายุมากขึ้น สำหรับประเทศต่าง ๆ ที่เจริญแล้วเช่นในยุโรป หรืออเมริกา หรือในญี่ปุ่นที่มีคนอายุยืนจำนวนมากที่สุดในโลก ก็จะมีหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งสวัสดิการจากภาครัฐคอยดูแลเพิ่มเติม โดยเฉพาะทางด้านสุขภาพและการเข้าถึงบริการต่าง ๆ ส่วนของเราหากอ้างถึงข้อมูลจาก Thailand National Committee ที่กล่าวว่า จะมีผู้สูงอายุในประเทศไทยกว่า 38% ที่จะไม่สามารถเข้าถึงบริการทางด้านสุขภาพได้ เนื่องจากขาดคนคอยดูแล 

      ปัญหานี้มิใช่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ด้วยเป็นสิ่งที่เป็นกังวลว่าจะเกิดขึ้นทั่วโลกมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากตัวเลขจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น ตัวอย่างที่เห็นได้จากข้อมูลเช่น อายุส่วนใหญ่ (Median age) ของประชากรโลกจะเพิ่มจาก 28 ปีในปัจจุบัน เป็น 38 ปี ในปีค.ศ. 2050 จำนวนประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปีจะเพิ่มขึ้นจาก 10% ในปัจจุบัน เป็น 22% ในปีค.ศ. 2050 โดยที่ประชากรผู้สูงอายุทั้งหมดนี้ และที่สำคัญก็คือ มากกว่า 70% อยู่ในประเทศที่กำลังพัฒนา

      ที่นี้ก็มาถึงปัญหาของเรา ๆ ท่าน ๆ ที่ตอนนี้กำลังอยู่ในสถานะคนทำงานอยู่ และโชคร้ายตรงที่ไม่ได้กลับบ้านไปดูแลพ่อแม่บ่อยนัก จะมีวิธีการยังไงที่จะนำเอาเทคโนโลยีในปัจจุบัน โดยเฉพาะทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ในการที่จะคอยดูแลห่วงใยผู้สูงอายุที่บ้าน ถ้ามีตังค์หน่อยก็จ้างคนดูแล หรือทำเป็นสมาร์ทโฮมไปเลย ถ้างบน้อยหน่อย ก็คงต้องหาดูว่าของใช้ Electronic gadgets ต่าง ๆ ที่อยู่ในตลาดมีอันไหนที่น่าสนใจเอามาใช้งาน หรือให้แทนความห่วงใยได้อย่างไรมั่ง แน่นอนที่สุดว่าต้องเหมาะสมสำหรับคนแก่ที่อาจยังไม่รู้ว่าเปิดคอมพิวเตอร์ยังไง ไลน์หรือเฟสบุ๊คคืออะไร รวมทั้ง หูตาที่ฝ้าฟางลง หรือสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป

     อย่างแรกที่นิยมซื้อใช้กันในต่างประเทศก็คือ Mobile alert system เป็นอุปกรณ์ปุ่มเดียวที่หากเกิดอะไรขึ้น สามารถกดเพื่อแจ้งเหตุผ่านระบบเครือข่ายมือถือ หรือศูนย์บริการเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที รวมทั้งสามารถเป็นเครื่องติดตาม (tracking system) สำหรับผู้ที่มีอาการหลง ๆ ลืม ๆ หรืออัลไซเมอร์ หรือเป็นมือถือที่มีปุ่ม และจอใหญ่หน่อย เสียงดังฟังชัด ไม่เน้นฟังก์ชันซับซ้อน ไม่สน Android หรือ iPhone แค่ให้โทรเข้าออกได้ก็พอ

      หากเป็นผู้สูงอายุทีต้องทานยาบ่อย ๆ กล่องยาที่สามารถเตือนความจำได้ว่าต้องทานยาตัวไหน เมื่อไหร่ Electronic Pill Dispenser ก็สามารถช่วยได้อีกแรงนึง 

      ไอเดียดี ๆ ที่ส่งมาจากเมืองจีนก็มี อย่างเช่น ไม้เท้าคนชราอัจฉริยะ ที่สามารถใส่ซิมได้ เล่นเพลงได้ มีไฟฉายและปุ่ม SOS พร้อมแจ้งพิกัด มีความสามารถในการระบุสายติดต่อหนึ่งสาย โดยการกดปุ่ม S.O.S ก็จะส่งข้อความขอความช่วงยเหลือไปยังหมายเลขนั้นได้ทันที และเมื่อไม้เท้าหล่นหรือล้ม มันก็ส่งเสียงขอความช่วยเหลือจากบุคคลรอบข้างได้ด้วย ใครสนใจลองไปหาซื้อกันดูนะครับ 

      นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ไอทีอีกเยอะแยะครับ ที่เราสามารถนำมาใช้งานได้ ไม่ว่าจะเป็นกล้องไอพีแคม ที่สามารถดูผ่านอินเทอร์เนตได้ ติดไว้ที่บ้านต่างจังหวัดสักสองสามตัวก็คงทำให้คลายคิดถึงกันได้บ้าง อุปกรณ์ตรวจจับควัน หรือความร้อนในครัว เผื่อผู้สูงอายุท่านหลง ๆ ลืม ๆ ทำกับข้าวแล้วลืมปิดเตา หรือจะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถมอนิเตอร์สุขภาพร่างกายได้ประเภท Wearable devices ที่เป็นกำไลที่สามารถดูการนอนหลับ นับจำนวนก้าว หรืออื่น ๆ สำหรับผู้สูงอายุที่ ไม่กลัวเทคโนโลยี

      จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีทางด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางอิเล็กทรอนิกส์ ไอที ทางการแพทย์ นอกจากจะสามารถทำให้เราอายุยืนขึ้น มีความสะดวกสบายแล้ว ยังสามารถช่วยดูแลคนที่เรารักได้อีกทางนึง แต่ยังไงก็แล้วแต่ ขอให้ท่าน ๆ ที่อยู่ในวัยทำงาน อย่าทำงานจนสูญเสียสุขภาพเพื่อทำให้ได้เงินมา แล้วต้องยอมสูญเสียเงินเพื่อให้ได้สุขภาพที่ดีนั้นคืนมานะครับ เดี๋ยวจะลำบากเอาตอนแก่ไม่รู้ด้วยนะครับ สวัสดีครับ



References:
https://www.scbeic.com/en/detail/product/1676
http://www.ilo.org/global/publications/magazines-and-journals/world-of-work-magazine/articles/WCM_041965/lang--en/index.htm
http://www.un.org/esa/population/publications/worldageing19502050/
http://www.ijcrar.com/vol-4/Md.%20Arshad%20and%20Shoiab%20Ahmad%20Bhat.pdf
http://www.theseniorlist.com/2013/11/top-must-have-senior-friendly-gadgets/
https://www.appdisqus.com/2015/08/03/imi-staff-smart.html