Back

ลอนดอนอวดโฉมป้ายรถเมล์พลังแสงอาทิตย์

ลอนดอนอวดโฉมป้ายรถเมล์พลังแสงอาทิตย์


สู่การเดินหน้าขับเคลื่อนอีกก้าวหนึ่งซึ่งถือเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่อย่างยิ่งสำหรับกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในการใช้งานพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อมุ่งไปถึงจุดหมายของอนาคตที่สดใส โดยแผนงานในโครงการครั้งนี้เป็นความร่วมมือกันระหว่างสององค์กรด้านเทคโนโลยีที่สำคัญอย่าง บริษัท Polysolar และ บริษัท Canary Wharf Group พร้อมจะสร้างสรรค์ รวมถึงเปิดตัวนวัตกรรมแผงกระจกโซลาร์เซลล์โปร่งใสที่สถานนีจุดบริการรับ-ส่งผู้โดยสาธารณะแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศ





ซึ่งประสิทธิภาพจากแหล่งพลังงานชนิดนี้คาดการณ์ว่าจะสามารถส่งมอบปริมาณกระแสไฟฟ้าได้สูงถึง 2,000 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปีเลยทีเดียว เรียกได้ว่ามีค่าเฉลี่ยเทียบเท่ากับจำนวนของความต้องการพลังงานใช้สอยภายในบ้านเรือนประชาชนได้อย่างลงตัว เพียงพอและครบถ้วนสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังช่วยพิสูจน์ พร้อมทั้งแสดงให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานในเมืองใหญ่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ด้านการทำงานได้จริง ควบคู่ไปกับการเป็นนวัตกรรมที่มีความเรียบง่ายและสวยงาม โดยส่วนบนหลังคาไม่ได้มีเพียงแค่รูปทรงโครงเหล็กที่ทันสมัยเท่านั้น แต่เต็มเปี่ยมคุณภาพการขัดขวางและป้องกันการไหลของน้ำฝนที่อาจจะบังเอิญหยดลงมาโดนศีรษะของผู้ที่สัญจรผ่านไปมาอีกด้วย






รับประกันแม้อยู่ในที่ที่มีแสงแดดเข้าถึงน้อยกระจกโซลาร์เซลล์ก็สามารถทำงานและสร้างพลังงานสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกระแสไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นมานั้นจะถูกแบ่งออกและส่งมอบให้แก่สถานที่ในบริเวณใกล้เคียงอื่น ๆ เป็นลำดับต่อไป ทั้งนี้ Mr. Hamish Watson ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท Polysolar เผยว่า "สถานีรถโดยสารสาธารณะแห่งนี้มีมากกว่าทั้งประโยชน์ ประสิทธิภาพ ความสวยงาม และยังเป็นเครื่องมือที่บ่งบอกถึงความสำคัญของการประยุกต์ใช้นวัตกรรมอีกด้วย โดยในด้านภาคการคมนาคมขนส่งของกรุงลอนดอน ไม่ว่าจะเป็นสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เส้นทางสำหรับเดินเท้าและรถจักรยาน ล้วนแต่มีส่วนช่วยลดผลกระทบของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังปราศจากการทำลายทรัพยากรทางธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สถาปัตยกรรมและสิ่งก่อสร้าง เรื่อยไปจนถึงลดการสูญเสียเรื่องงบประมาณลงไปพร้อม ๆ กัน"








ที่มาและภาพประกอบ:http://inhabitat.com

แปลและเรียบเรียงบทความโดยCopyright: www.energysavingmedia.com

Credit :http://www.energysavingmedia.com/news/page.php?a=10&n=107&cno=8711