Back

ดูไบ ของขึ้น!! จัดหนักพลังงานสะอาด



นับเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ประเทศดูไบได้เดินหน้าดำเนินงาน แสวงหาหนทางเพื่อการขึ้นไปเป็นผู้นำในด้านพลังงานสะอาดของโลก โดยขณะนี้ทางบริษัทพลังงาน The Dubai Electricity and Water Authority (DEWA) ก็ได้ออกมาประกาศถึงแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับตอบสนองต่อผู้บริโภคในปริมาณ 1,000 เมกะวัตต์ (MW) เลยทีเดียว จากประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมมากกว่าสถิติในปัจจุบันที่ได้ทำการบันทึกไว้ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ประจำประเทศโมร็อกโกอย่าง "Noor Ouarzazate" ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2018 และส่งมอบพลังงานขนาด 500 เมกะวัตต์ ถึงเกือบ 2 เท่า อีกด้วย



ทั้งนี้ Mr. Al Tayer ประธานกรรมการบริหาร บริษัท DEWA มั่นใจว่าโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งนี้จะพร้อมเดินเครื่องในไม่เกินปี 2030 โดยสำหรับการก่อสร้างขั้นต้นนั้นจะเสร็จสิ้นภายในปี 2021 และมีอัตราการผลิตกระแสไฟฟ้าถึง 200 เมกะวัตต์ได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ตามที่ Mr. Al Tayer เปิดเผย เทคโนโลยีของกระจกฮีลิโอสแตต (heliostat) จำนวนหลายพันบาน จะช่วยสะท้อนแสงอาทิตย์ไปยังตัวรับบนยอดหอคอยพลังงานขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ตรงจุดศูนย์กลาง พร้อมเก็บรวบรวมและสะสมพลังงานอย่างง่ายดาย เพื่อตอบสนองต่อการผลิตกระแสไฟฟ้าทุกช่วงเวลาไม่เว้นแม้แต่ยามค่ำคืน ผ่านรูปแบบการบริหารจัดการโครงการที่จะรักษาระดับพลังงานสำรองไว้ใช้ได้ในปริมาณที่ 8-12 ชั่วโมงต่อวันเลยทีเดียว



โดย Mr. Al Tayer กล่าวว่า "ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราทุกคนต่างทำงานกันอย่างหนัก ด้วยความมั่นคงแน่วแน่ในการผลักดันแนวความคิดการเตรียมความพร้อมสำหรับการลดละเลิกการใช้งานน้ำมันอย่างถาวร ซึ่งเป็นการสร้างรากฐานที่สำคัญของการใช้พลังงานทดแทนให้ประสบผลสำเร็จและบรรลุเป้าหมายการรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนาและความยั่งยืน ทั้งนี้ บริษัท DEWA จะยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างและตีแผ่วิสัยทัศน์อันกว้างไกลของการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไปอีก เพื่ออนาคตที่สดใส" ซึ่งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จะช่วยเสริมให้ประเทศดูไบนั้น สามารถจัดวางยุทธศาสตร์สำหรับประเทศในปี 2050 ได้อย่างลงตัว ซึ่งกลยุทธ์นี้มีจุดประสงค์ คือ การผลิตพลังงานทดแทนที่ 75% โดยทางบริษัทได้กำหนดกรอบการทำงานเพื่อมุ่งสู่ความเป็นหนึ่งไว้ว่า แหล่งพลังงานทั้งหมดจะต้องมาจากก๊าซธรรมชาติปริมาณกว่า 61% ตามมาด้วยพลังงานแสงอาทิตย์อีก 25% พลังงานถ่านหินสะอาด 7% และท้ายสุดเป็นพลังงานนิวเคลียร์ที่ 7% ก่อนปี 2030 แน่นอน







ที่มาและภาพประกอบ:http://inhabitat.com

แปลและเรียบเรียงบทความโดยCopyright: www.energysavingmedia.com

Credit :http://www.energysavingmedia.com/news/page.php?a=10&n=107&cno=8851